วันนี้ (10 ก.ค. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับ บก.ตม.2 และ สน.โคกคราม ร่วมกันจับกุม นางศศิธร อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ศาลจังหวัดแพร่ และศาลจังหวัดสกลนคร รวม 3 หมายจับ ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (เปิดบัญชีม้า) และร่วมกันฟอกเงิน โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ บริเวณห้องโถงผู้โดยสารฝ่าย ตม.ขาเข้า ชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
พฤติการณ์สืบเนื่องจาก ชุดปฏิบัติการสืบสวน กก.3 บก.ปอศ. ได้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่า ซึ่งทราบว่านางศศิธร ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีไปพักอาศัยและทำงานที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งแต่ช่วงปี 2567
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางพบว่า ผู้ต้องหากำลังจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงได้บูรณาการกำลังประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (บก.ตม.2) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม เพื่อวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์
จนกระทั่งพบตัวผู้ต้องหาปรากฏตัวอยู่บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า จึงได้แสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับทั้ง 3 หมายให้ผู้ต้องหาตรวจสอบและอ่านด้วยตนเอง ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการแจ้งสิทธิให้ทราบและทำการควบคุมตัว
จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าก่อนหน้านี้ได้ทำงานที่ร้านนวดแห่งหนึ่งและถูกเพื่อนร่วมงานชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ อ้างว่าจะนำไปใช้ในการทำงาน โดยตกลงให้ค่าตอบแทนเดือนละ 1,000 บาท
แต่หลังจากเปิดบัญชีได้ประมาณ 3 เดือน กลับถูกอายัดบัญชีและไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนอีกเลย เมื่อทราบว่ามีหมายเรียกมาที่บ้านจึงตัดสินใจเดินทางไปทำงานร้านนวดที่เมืองดูไบเพื่อหวังจะหาเงินมาชดใช้ให้ผู้เสียหาย จนกระทั่งมีเหตุส่วนตัวต้องรีบเดินทางกลับไทยและมาถูกจับกุมตัวในที่สุด