สั่งให้ออกจากราชการ ร.ต.อ. รัวยิงป้ายพรรคภูมิใจไทย จ.สุราษฎร์ธานี

View icon 21
วันที่ 21 มิ.ย. 2569 | 16.09 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - ต้นสังกัด สั่งให้ออกราชการไว้ก่อนแล้ว "ร.ต.อ." ที่ก่อเหตุรัวยิงป้ายที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมแจ้งนายทะเบียนอาวุธปืน เพิกถอนใบอนุญาตใช้อาวุธปืน แล้ว ส่งประเมินสุขภาพจิตด้วย

วงจรปิดจับภาพ ร้อยตำรวจเอก สังกัดตำรวจภูธรภาค 8 ก่อเหตุยิงป้าย ที่ทำการศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีรูปนายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี ถ่ายรูปคู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา

ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตอนแรกตำรวจนายนี้บุกเข้ามาถามหา นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย แต่ไม่พบตัว จากนั้นก็กลับออกไป แล้วขับรถมาจอดลงไปดูป้าย แล้วชักปืนยิงป้าย

ล่าสุด วันนี้ (21 มิ.ย.) พันตำรวจโท กิตติศักดิ์ เจริญรูป รอง ผกก. สอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นำตัว ร้อยตำรวจเอก เอกชัย อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทยได้รับความเสียหาย จากห้องควบคุมมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติมในข้อหาพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนไปในเมืองฯ โดยไม่ได้ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควรโดยเปิดเผย

จากการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ร้อยตำรวจเอก เอกชัย เข้ารับการประเมินสุขภาพจิตโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ที่โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ อำเภอพุนพิน และจะนำตัวร้อยตำรวจเอก เอกชัย ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันพรุ่งนี้ (22 มิ.ย.) โดยพนักงานสอบสวน สภ.เสวียด จะทำหนังสือขออายัดตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีในข้อหายิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์ 

พันตจำรวจเอก ณัฐชนน เกิดก่อ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และรักษาราชการแทน ผู้กำกับการ สภ.เสวียด กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เชิญญาติที่ผู้ต้องหาอ้างว่า ถูก สส. ข่มขู่ จนเป็นเหตุให้ ร้อยตำรวจเอก เอกชัย ไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่สำนักงาน แต่ญาติบอกว่าไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ ร้อยตำรวจเอก เอกชัย พยายามที่จะสอบถามตนว่ามีความขัดแย้งกับใครในที่ทำงาน จับใจความได้ว่า ร้อยตำรวจเอก เอกชัย คิดว่าหัวหน้าของตนซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และมีความใกล้ชิดกับนายพิชัย เป็นคนกลั่นแกล้ง ก็พยายามปฏิเสธและชี้แจงว่าไม่มีเหตุการณ์กลั่นแกล้งใด ๆ และไม่ได้สนใจจนกระทั่งมาพบว่า ร้อยตำรวจเอก เอกชัย ไปก่อเหตุขึ้น

สอดคล้องกับการสอบสวนปากคำแม่และพี่สาว ระบุว่า ร้อยตำรวจเอก เอกชัย มีความเครียดและใช้ชีวิตอย่างจริงจัง มักจะคิดไปเองว่าถูกผู้อื่นเอาเปรียบหรือกลั่นแกล้ง และมักจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ในบางขณะ ที่ผ่านมาเคยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีหนังสือแจ้งนายทะเบียนอาวุธปืน ให้เพิกถอนใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนของร้อยตำรวจเอก เอกชัย ทันที เนื่องจากอยู่ในสภาวะไม่สมควรครอบครองอาวุธปืนได้

ทางด้าน พลตำรวจตรี ภัทรวิทย์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 ตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง และให้ร้อยตำรวจเอก เอกชัย ออกจากราชการไว้ก่อนเนื่องจากต้องโทษคดีอาญา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง