ชัชชาติ ชู ไม่เผา มีรายได้ สร้างแรงจูงใจลดเผา แก้ PM 2.5 ที่ต้นเหตุ

ชัชชาติ ชู ไม่เผา มีรายได้ สร้างแรงจูงใจลดเผา แก้ PM 2.5 ที่ต้นเหตุ

View icon 45
วันที่ 21 มิ.ย. 2569 | 19.14 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชัชชาติ ชูนโยบายไม่เผา มีรายได้ แก้ PM 2.5 ที่ต้นเหตุ ดูแลไปถึงจังหวัดใกล้เคียง ผ่านแผนให้ยืมรถแทรกเตอร์และเครื่องอัดฟาง รวมถึงแจกจ่ายส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง-ฟางข้าว

วันนี้ (21 มิ.ย.69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่หาเสียงเขตสะพานสูง-คลองสามวา-หนองจอก-มีนบุรี เสนอนโยบายยกระดับแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ด้วยการลดการเผาภาคเกษตรกร โดยระบุว่า ที่ผ่านมา กทม. ไม่เคยนิ่งนอนใจและได้พยายามควบคุมการเผาในกรุงเทพฯ จนสามารถลดจุดความร้อนลงได้ 44% และยังเฝ้าระวังพื้นที่การเกษตรในจังหวัดต้นลม รวมทั้งสร้างแรงจูงใจเกษตรกรให้ปรับพฤติกรรม เช่น การให้ยืมรถอัดฟางฟรี การศึกษาวิจัยพันธุ์พืช ทำให้นาในกรุงเทพฯ การเผาเป็น “0”

แนวทางแก้ปัญหาต่อจากนี้ จะมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน โดยพร้อมให้ความร่วมมือกับจังหวัดใกล้เคียงเพื่อส่งเสริมให้ปลอดการเผา ผ่านแผนสนับสนุนเกษตรกรรอบด้าน เช่น ให้ยืมรถแทรกเตอร์และเครื่องอัดฟาง แจกจ่ายและส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าว โดยได้รับการสนับสนุนหัวเชื้อฟรีจากกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องใช้น้ำมาช่วยกำจัดตอซัง ร่วมกับการเฝ้าระวังจุดความร้อนแบบเรียลไทม์ หากพบจุดเผา สำนักงานเขตจะลงพื้นที่ระงับเหตุทันที

สำหรับการบริหารจัดการน้ำ  นายชัชชาติ ระบุว่า ปัญหาน้ำในพื้นที่มี 2 รูปแบบ คือ น้ำที่ต้องใช้ทำมาหากินในหน้าแล้ง และน้ำที่ต้องระบายออกในหน้าฝน ที่ผ่านมา กทม. ได้แก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการทำฝายชะลอน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ซึ่งได้ผลดี แต่ในฤดูฝนกลับพบปัญหาการระบายน้ำที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน จนก่อให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย

อุปสรรคสำคัญในการบริหารจัดการประตูกั้นน้ำในพื้นที่คือ ปัญหาอุปกรณ์สูญหาย เช่น "ตัวรอก" ของฝายกั้นน้ำที่ไม่สามารถติดตั้งทิ้งไว้ได้ เพราะมักจะถูกขโมย ส่งผลให้การบริหารจัดการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำเกิดความล่าช้า เมื่อมีการกักน้ำไว้ น้ำมักจะเน่าเสีย ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชาวบ้านในบางพื้นที่ที่น้ำประปายังเข้าไม่ถึง และต้องพึ่งพาน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อการอุปโภคบริโภค

สำหรับรถยนต์ที่เป็นสาเหตุหลักหนึ่งของฝุ่น PM 2.5 จะต้องคุมเข้มไปถึงรถกระบะด้วย เพราะที่ผ่านมาเรื่อง Low Emission Zone หรือว่าเขตห้ามรถเข้า เราคุมเฉพาะรถ 6 ล้อ อนาคตจะขยายไปถึงรถกระบะ รถดีเซลที่ปล่อยควันพิษด้วย