ไทย ยันปักธงพื้นที่ปฏิบัติการเดิม

View icon 18
วันที่ 22 มิ.ย. 2569 | 07.48 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ไทย โต้กลับหลัง กัมพูชา ส่งหนังสือประท้วง ไทย อย่างเป็นทางการ อ้างว่ารุกล้ำอธิปไตย โดย ไทย ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย

พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ย้ำว่าไทยปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่การละเมิดอธิปไตย ชี้ข้อกล่าวหาเผาคลังสินค้าไร้หลักฐาน ยืนยันไทยยึด MOU 2000 และถ้อยแถลงร่วมปี 2568 อย่างเคร่งครัด พร้อมสนับสนุนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมทุกประเด็น ย้ำว่าไม่ต้องการเพิ่มความตึงเครียดตามแนวชายแดน

ส่วนสาเหตุที่ไทยต้องออกมาโต้เรื่องนี้นั้น เนื่องจาก หนังสือพิมพ์ขแมร์ไทม์ รายงานว่า รัฐบาลกัมพูชาส่งหนังสือประท้วงไทยอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวหาว่าไทยละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนหลายจุดของพื้นที่ทับซ้อน อาทิ การชักธงชาติไทยบริเวณจุดผ่านแดนจังหวัดทมอดา เหตุเพลิงไหม้โกดังภายในพื้นที่โรงแรมและรีสอร์ต รอยัล โอเสม็ด ในจังหวัดอุดรมีชัย

ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าเป็นพื้นที่พิพาทที่ถูกควบคุมโดยฝ่ายทหารไทย และการก่อสร้างรั้วคอนกรีต บริเวณพื้นที่รอบปราสาทตาควาย ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชาตามแผนที่อนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม และตามแผนที่ MOU ไทยกัมพูชา

ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชา ไม่ยอมรับเส้นเขตแดนใด ๆ ที่จัดตั้งขึ้นโดยการใช้กำลัง และเรียกร้องให้ไทยยุติการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมด เพื่อคลี่คลายความตึงเครียด และเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน

ขณะที่ เพจเฟซบุ๊กของกองทัพบก  Royal Thai Army ได้โพสต์ ข้อความชี้แจง กรณีการปักธงชาติว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ละเมิด หรือรุกล้ำอธิปไตยกัมพูชาอย่างที่กล่าวอ้าง การดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายในขอบเขตพื้นที่อธิปไตยของไทย

ส่วนที่อ้างว่าไทย เป็นผู้วางเพลิงคลังสินค้าภายในพื้นที่บริเวณช่องจอม ซึ่งเป็นพื้นที่ของประเทศไทยนั้น จากการประสานงานกับหน่วยในพื้นที่ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่ามีการวางเพลิงแต่อย่างใด เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงเหตุเพลิงไหม้ และดับไปเองในพื้นที่รกร้างไม่มีผู้พักอาศัย และไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย

และที่มีการอ้างว่าฝ่ายไทย ก่อสร้างรั้วคอนกรีตบริเวณพื้นที่ปราสาทตาควายนั้น ฝ่ายไทยไม่ได้มีการก่อสร้างรั้วคอนกรีตตามที่มีการกล่าวอ้าง แต่เป็นการจัดวางแนวป้องกันเพื่อความมั่นคงโดยใช้แท่งแบริเออร์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่กำลังพลและลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้า เป็นมาตรการด้านความปลอดภัย ที่ดำเนินการภายในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยรับผิดชอบ

และกองทัพยึดมั่นในข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี ภายใต้หลักสันติวิธี เพื่อธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพ ความสงบเรียบร้อย ในบริเวณพื้นที่ชายแดน

ขณะเดียวกัน พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หรือ JIC ชี้แจงกรณี หนึ่งใน 4 ข้อเรียกร้องของกัมพูชา ที่ขอคืนหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว

ว่า บ้านหนองจาน เป็นพื้นที่ชายแดนของไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเคยเป็นพื้นที่รองรับผู้หนีภัยการสู้รบชาวกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ความรุนแรง และเหตุการณ์ในยุคเขมรแดง โดยในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีการจัดตั้งค่ายผู้หนีภัยการสู้รบและศูนย์ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหลายแห่งตามแนวชายแดน รวมถึงพื้นที่บ้านหนองจาน พร้อมย้ำว่า จุดยืนของประเทศไทยในการยึดมั่นหลักกฎหมายระหว่างประเทศควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ มีภาพว่อนโซเชียลว่า โรงแรมดังฝั่งปอยเปต ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านพรมแดน บ้านคลองลึก จังหวัดสระแก้ว ได้สร้างบังเกอร์ แต่สุดท้ายจากการตรวจสอบคลิปดังกล่าว พบว่าไม่ใช่กระสอบทราย หรือบังเกอร์ แต่เป็นภาพของหมอน ที่โรงแรมดังกล่าว นำมาตากแดด เพื่อฆ่าเชื้อ ลดความอับชื้น และทำความสะอาดตามกระบวนการดูแลรักษามาตรฐานของโรงแรมเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง