เร่งติดตั้ง Solar Rooftop นำร่อง 25 โรงพยาบาล ลดค่าไฟ 55 ล้านบาทต่อปี

เร่งติดตั้ง Solar Rooftop นำร่อง 25 โรงพยาบาล ลดค่าไฟ 55 ล้านบาทต่อปี

View icon 37
วันที่ 22 มิ.ย. 2569 | 08.22 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รัฐบาลเดินหน้า “โรงพยาบาลสีเขียว” ผนึก กฟภ. ติดตั้ง Solar Rooftop นำร่อง 25 โรงพยาบาล ลดค่าไฟ 55 ล้านบาทต่อปี ลดคาร์บอนกว่า 7,200 ตัน มุ่งสู่ Net Zero ปี 2593

วันนี้ (22 มิ.ย.69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุขของประชาชน โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ร่วมลงนามสัญญาให้บริการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลจำนวน 25 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และสนับสนุนนโยบาย “โรงพยาบาลสีเขียว” (Green Hospital)

ทั้งนี้ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีภารกิจให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระดับสูง โดยในปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีค่าไฟฟ้ารวมกว่า 5,610 ล้านบาท การติดตั้งระบบ Solar Rooftop จึงเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้กับสถานพยาบาล

โครงการนำร่องในโรงพยาบาล 25 แห่ง คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมได้ถึง 7,211 ตันคาร์บอนต่อปี หรือเฉลี่ย 288 ตันคาร์บอนต่อปีต่อแห่ง พร้อมช่วยประหยัดค่าไฟฟ้ารวมกว่า 55 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยแห่งละ 2.2 ล้านบาทต่อปี ซึ่งงบประมาณที่ประหยัดได้จะถูกนำกลับไปใช้ในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์และการดูแลประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“รัฐบาลจะเดินหน้าขยายผลโครงการดัให้ครอบคลุมโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการใช้พลังงานสะอาดในภาคสาธารณสุข ลดต้นทุนภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง