นายกฯ ประชุม กรอ. นัดแรก ดึงเอกชนร่วมเปรียบเสมือน ครม.เศรษฐกิจพลัส

นายกฯ ประชุม กรอ. นัดแรก ดึงเอกชนร่วมเปรียบเสมือน ครม.เศรษฐกิจพลัส

View icon 31
วันที่ 22 มิ.ย. 2569 | 11.30 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุม กรอ. นัดแรก ดึงเอกชนร่วม เปรียบเสมือน ครม.เศรษฐกิจพลัส ประชุมเดือนละครั้ง หรือทุก 6 สัปดาห์  ถก OKR ประเทศ-ตั้ง 4 อนุกรรมการ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ 

วันนี้ (22 มิ.ย. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม บรรยากาศการประชุมมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เข้าร่วมนำเสนอประเด็นสำคัญด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

นายกฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย พร้อมเปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และยกระดับศักยภาพของประเทศ ทั้งนี้ แนวทางสำคัญคือการเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม โดยคณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือน “ครม.เศรษฐกิจพลัส” ที่ผสานความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ

สำหรับประเด็นหลักในการหารือ มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ครอบคลุมทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พลังงาน แรงงาน และการค้า โดยที่ประชุมเห็นว่าควรมีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดือนละครั้ง หรือทุก 6 สัปดาห์ เพื่อกลั่นกรองนโยบายด้านเศรษฐกิจก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและเร่งรัดการตัดสินใจ

นายกรัฐมนตรียังขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรอิสระ ให้ร่วมกันประสานงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมอย่างรวดเร็ว สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ กรอ. รวมถึงรายงานผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชน และผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ปี 2569 จากสถาบัน IMD

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้พิจารณาการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ ผ่านการกำหนดเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ (Objectives and Key Results: OKR) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน และได้เห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ แก้ไขอุปสรรคทางเศรษฐกิจ และผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง