ศุลกากร เผาทำลาย บุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน ของกลางคดีถึงที่สุดกว่า 95 ล้านชิ้น มูลค่า 676 ล้านบาท

ศุลกากร เผาทำลาย บุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน ของกลางคดีถึงที่สุดกว่า 95 ล้านชิ้น มูลค่า 676 ล้านบาท

View icon 82
วันที่ 22 มิ.ย. 2569 | 12.14 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศุลกากร เผาทำลาย บุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน ของกลางคดีถึงที่สุดกว่า 95 ล้านชิ้น มูลค่า 676 ล้านบาท ตัดวงจรแพร่ระบาดในเยาวชน อธิบดีกรมศุลฯ เผย ลักลอบนำเข้ารูปแบบใหม่ นำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในไทย

วันนี้ (22 มิ.ย.69) ที่บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการกรมศุลกากร จัดพิธีทำลายของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้วกว่า 95 ล้านชิ้น มูลค่ารวม 676 ล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ของกลางกลับเข้าสู่ตลาดผิดกฎหมาย โดยมี นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธาน และมี พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ การคุ้มครองผู้บริโภค (รอง ผบก.ปคบ.) พล.ต.อ. วงศ์ปกรณ์ เปรมกุลนันท์ รองผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนจากอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ผู้แทนจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางปู พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

นายพันธ์ทอง เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง โดยพบการนำชิ้นส่วนจากต่างประเทศเข้ามาประกอบภายในประเทศไทย เพื่อลดความเสี่ยงในการลักลอบนำเข้าสินค้าสำเร็จรูป รวมทั้งยังพบการลักลอบผสมสารเสพติดลงในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าบางชนิด ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

สำหรับของกลางที่นำมาทำลายในครั้งนี้มีน้ำหนักรวมกว่า 135 ตัน ใช้วิธีเผาทำลายในระบบเตาปิดที่อุณหภูมิ 800-1,200 องศาเซลเซียส ภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถควบคุมมลพิษและป้องกันผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ยังมีของกลางบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีและยังไม่สามารถนำมาทำลายได้อีกประมาณ 195 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท ซึ่งกรมศุลกากรจะทยอยดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเมื่อคดีถึงที่สุด พร้อมยืนยันว่าของกลางทั้งหมดจะไม่สามารถย้อนกลับเข้าสู่ตลาดได้อีก

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า เครือข่ายค้าบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหลายคดีมีลักษณะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีการใช้บัญชีม้ารับโอนเงินและหมุนเวียนเงินจำนวนมาก จึงอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงิน ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน นอกเหนือจากความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

อีกหนึ่งปัญหาที่น่ากังวล คือ การออกแบบบุหรี่ไฟฟ้าให้มีรูปลักษณ์คล้ายของเล่น ตัวการ์ตูน หรืออุปกรณ์เครื่องเขียน ใช้สีสันสดใส เพื่อดึงดูดความสนใจของเด็กและเยาวชน ทำให้เข้าถึงผู้ใช้รายใหม่ได้ง่ายขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน

สำหรับผลการปราบปรามในปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือน ต.ค.68 จนถึงกลางเดือน มิ.ย.69 หรือประมาณ 8 เดือนครึ่ง กรมศุลกากรสามารถตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายได้แล้วกว่า 60 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและภาษีของรัฐกว่า 4,000 ล้านบาท โดยตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมคดียาเสพติดที่ตรวจยึดได้ในช่วงเวลาเดียวกัน

กรมศุลกากรยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าทุกช่องทาง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่ซื้อ ไม่ใช้ และแจ้งเบาะแสการกระทำผิด เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและลดการเข้าถึงของเยาวชนต่อผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายเหล่านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง