ไม่รอให้พังแล้วค่อยแก้! “มัลลิกา” ชูนโยบายสแกน “ตึกเก่า–อาคารเสี่ยง” กทม. ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

ไม่รอให้พังแล้วค่อยแก้! “มัลลิกา” ชูนโยบายสแกน “ตึกเก่า–อาคารเสี่ยง” กทม. ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

View icon 26
วันที่ 22 มิ.ย. 2569 | 15.53 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“มัลลิกา ลั่น! ผู้ว่าฯ กทม. ต้องไม่รอให้อาคารพังแล้วค่อยแก้ เดินหน้าตรวจสอบเชิงรุก ทุกจุดต้องมีเจ้าภาพ ทุกชีวิตต้องปลอดภัย
.
วันนี้ (22 มิ.ย.69) ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ลงพื้นที่สำรวจสภาพอาคารเก่าในย่านเยาวราชและเขตสัมพันธวงศ์ ภายหลังเกิดเหตุอาคารถล่มบริเวณใกล้แยกหมอมี ใกล้วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นอย่างมาก
.
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากรุงเทพมหานคร จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีทำงานจากการรอรับแจ้งเหตุ มาเป็นการทำงานเชิงรุกด้านความปลอดภัยของอาคารอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองเก่า ย่านการค้า และชุมชนที่มีอาคารอายุหลายสิบปีถึงกว่าร้อยปี
.
“ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต้องมาก่อน ผู้ว่าฯ ต้องไม่รอให้อาคารพังแล้วค่อยเข้าไปดู แต่ต้องตรวจสอบและป้องกันล่วงหน้าให้ได้” ดร.มัลลิกา กล่าว
.
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครมีอาคารเก่าจำนวนมากกระจายอยู่ใน 50 เขต โดยเฉพาะเขตพระนคร สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต บางรัก ปทุมวัน และพื้นที่เศรษฐกิจดั้งเดิมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งหลายแห่งมีอายุเกิน 50-100 ปี และบางส่วนถูกดัดแปลงการใช้งานจากเดิมจนเกิดความเสี่ยงด้านโครงสร้าง
.
ทั้งนี้ หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะจัดตั้ง “หน่วยวิศวกรพิทักษ์เมือง” ประกอบด้วยวิศวกรโยธา สถาปนิก และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาคาร ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารเสี่ยงทั่วกรุงเทพมหานครอย่างเป็นระบบ พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจัดทำฐานข้อมูลอาคารแบบเรียลไทม์
.
มาตรการเร่งด่วนภายใน 90 วัน ประกอบด้วย
.
1. สำรวจอาคารเก่าและอาคารเสี่ยงทุกเขตทั่วกรุงเทพมหานคร
2. จัดทำบัญชีรายชื่ออาคารเสี่ยงและเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
3. ตรวจสอบอาคารที่มีอายุเกิน 30 ปีในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
4. ตรวจสอบอาคารสูง อาคารสาธารณะ โรงเรียน ตลาด และชุมชนหนาแน่น
5. จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุอาคารทรุดตัว ร้าว หรือมีความเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง
6. ใช้เทคโนโลยีโดรนและระบบ AI ช่วยประเมินจุดเสี่ยง
7. ออกคำสั่งแก้ไขเร่งด่วนในกรณีพบอาคารที่เป็นอันตรายต่อประชาชน
8. จัดทำแผนอพยพและซ้อมรับมือเหตุอาคารถล่มในพื้นที่เสี่ยง
.
นอกจากนี้ยังเสนอให้ทุกเขตมีการจัดทำ “แผนที่ความเสี่ยงอาคาร” เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือ และติดตามผลการตรวจสอบได้แบบโปร่งใส
.
“ภายใน 3 เดือนแรกของการทำงาน ทุกเขตต้องมีข้อมูลอาคารเสี่ยงที่ชัดเจน ทุกจุดต้องได้รับการประเมินความปลอดภัย และทุกชีวิตต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน เพราะกรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนมั่นใจได้ว่า บ้าน อาคาร โรงเรียน ตลาด และสถานที่ทำงานของเขาปลอดภัย” ดร.มัลลิกา กล่าว
.
ทั้งนี้ ดร.มัลลิกา ย้ำว่า การป้องกันอุบัติเหตุจากอาคารเป็นหน้าที่สำคัญของผู้บริหารเมือง และจะผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่มาตรฐานเมืองปลอดภัยระดับสากล ด้วยการตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอนาคตอีกต่อไป
.