ตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน เผยทั้งสองฝ่ายตกลงกับโรดแมป 60 วัน หลังการเจรจาโดยตรงรอบแรกจบลงท่ามกลางความตึงเครียด
การเจรจาโดยตรงรอบแรกระหว่างผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่าน ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (21 มิ.ย.) ได้สิ้นสุดลงแล้วในช่วงเช้ามืดวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น หลังการเริ่มต้นที่ตึงเครียด จากการประกาศของอิหร่านว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ย้ำคำขู่ที่จะกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
แถลงการณ์ร่วมของกาตาร์และปากีสถาน ซึ่งเป็นประเทศผู้ไกล่เกลี่ย ระบุว่าสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงกันในโรดแมปที่จะนำไปสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน ส่วนการเจรจาทางเทคนิคในระดับเจ้าหน้าที่จะดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ที่รีสอร์ตของกาตาร์ ในสวิตเซอร์แลนด์ โดยการเจรจารอบแรกเน้นไปที่ประเด็นเรื่องยุติการสู้รบในเลบานอน และเปิดช่องทางการสื่อสารเพื่อช่วยให้เรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สถานีโทรทัศน์ IRIB ของอิหร่าน รายงานว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ถูกระงับลงหลังจากหารือกันราว 80 นาที และการเจรจารอบแรกไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) ของอิหร่าน รายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับทีมเจรจา ระบุว่าคณะผู้แทนอิหร่านปฏิเสธที่จะกลับเข้าสู่ห้องเจรจาเพื่อประท้วงต่อคำขู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ยังคงมีการแลกเปลี่ยนข้อความกันผ่านทางตัวกลาง
โดย ทรัมป์ โพสต์ขู่ว่า อิหร่านต้องหยุดกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ไม่ให้ "สร้างปัญหา" มิฉะนั้นสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง และจะรุนแรงกว่าเดิม พร้อมขู่ระหว่างการสัมภาษณ์ด้วยว่าหากปิดช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านจะไม่มีประเทศเหลืออยู่อีกต่อไป
ทำให้ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน ตอบโต้ว่า ที่ผ่านมาหากคำขู่ของสหรัฐฯ ได้ผล สหรัฐฯ คงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดิ้นรนเหมือนในวันนี้ อิหร่านไม่ชอบพูด แต่จะลงมือทำเลย
ด้าน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าอิสราเอลจะไม่ถอนทหารจากเขตกันชนทางตอนใต้ของเลบานอน และจะยึดพื้นที่ดังกล่าวไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อปกป้องประชาชนของเรา
ขณะที่ นาอิม กัสเซม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ประกาศว่าตราบใดที่กองทัพอิสราเอลยังอยู่ในเลบานอน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ก็จะโจมตีตอบโต้การรุกรานต่อไป