หมอไทยเก่งไม่แพ้ชาติใด สถาบันโรคทรวงอก ชูนวัตกรรมการแพทย์ ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านหลอดเลือดคอ ปลอดภัยสูงสุด ทางเลือกใหม่เพื่อผู้ป่วยเสี่ยงสูง ผู้สูงอายุที่หลอดเลือดขาหนีบตีบตัน คดเคี้ยว แคลเซียมเกาะหนาแน่น จนไม่สามารถผ่านสายสวนได้อย่างปลอดภัย ขยายโอกาสการรอดชีวิต
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ได้ตอกย้ำศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดของประเทศ ชูนวัตกรรมการรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจ เอออร์ติกตีบรุนแรง ด้วยเทคโนโลยีการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ผ่านสายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดอก หรือ TAVI (Transcatheter Aortic Valve Implantation) ผ่านทางหลอดเลือดคาโรติดบริเวณลำคอ (Transcarotid TAVI) ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ของกรมการแพทย์ ยกระดับการรักษาภายใต้นโยบาย “DMS Academic Hub”
นพ. เขตต์ ศรีประทักษ์ ผอ. สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โดยทั่วไปการทำ TAVI จะนำสายสวนเข้าทางหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ขาหนีบ (Transfemoral) แต่ผู้ป่วยสูงอายุหลายรายมักมีข้อจำกัด เช่น หลอดเลือดขาหนีบตีบตัน คดเคี้ยว หรือมีแคลเซียมเกาะหนาแน่น จนไม่สามารถผ่านสายสวนได้อย่างปลอดภัย การผ่าตัด Transcarotid TAVI จึงเป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมการรักษาที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญขั้นสูง มีข้อดีเด่นชัด ในเรื่องของระยะทางจากหลอดเลือดที่คอไปยังหัวใจที่สั้นและตรงกว่า ทำให้ควบคุมสายสวนได้ง่ายและแม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง และที่สำคัญคือช่วยขยายโอกาสการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงที่หมดทางเลือกจากการเข้าทางขาหนีบ
ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของสถาบันโรคทรวงอก เพราะวิธีนี้ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมากบริเวณลำคอ การทำงานของลิ้นหัวใจใหม่เป็นปกติ ที่สำคัญคือผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ช่วยลดระยะเวลาการนอนพักฟื้นในโรงพยาบาลได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดทรวงอกแบบเดิมในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง
นพ. ทวีศักดิ์ โชติวัฒนพงศ์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอกด้านการฝึกอบรมนานาชาติ และประธานสถาบันฝึกอบรมนานาชาติ สถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยี TAVI ได้กลายเป็นทางเลือกสำคัญในการรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด ซึ่งการใช้เส้นทางผ่านหลอดเลือดคาโรติด (Transcarotid Access) ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมขั้นสูงที่เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านหลอดเลือด ทำให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น