กทม. ตั้งศูนย์ประสานงานเหตุเพลิงไหม้ บริเวณ MRT พหลโยธิน ชัชชาติ เล็งยกเครื่องกฎหมายคุมวัสดุลามไฟ-รื้อโซนนิงสถานบันเทิง สำหรับอาคารนี้ สำนักงานเขตได้เข้าตรวจสอบเมื่อเดือน เม.ย. 69 มีทางหนีไฟ 2 ทาง มีป้ายทางหนีไฟ ไฟฉุกเฉิน เครื่องดับเพลิงครบ แต่ในวันเข้าตรวจอาจต่างจากการใช้งานจริง
วันนี้ (13 ก.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือการยืนยันผู้เสียชีวิต กทม. ได้เปิดช่องทางประสานงาน โดยผู้ที่ไม่สามารถติดต่อญาติหรือผู้ใกล้ชิดได้ สามารถติดต่อ คุณกนิษฐา ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักร โทร. 081-734-1298 ซึ่งขณะนี้มีผู้ติดต่อเข้ามาแล้วประมาณ 30 คน นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีพหลโยธิน ทางออก 4 เพื่อรับแจ้งข้อมูลและรวบรวมข้อมูลผู้ประสบเหตุ พร้อมแจ้งความคืบหน้าการยืนยันเอกลักษณ์ผู้เสียชีวิต หากไม่สามารถติดต่อญาติหรือผู้ใกล้ชิดได้ ขอให้ติดต่อศูนย์ประสานงานดังกล่าว หรือเดินทางไปยังสถาบันนิติเวช
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการสำลักควัน เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในช่วงเกือบเที่ยงคืน รถดับเพลิงของกรุงเทพมหานครเดินทางถึงจุดเกิดเหตุภายใน 5 นาทีหลังรับแจ้ง เนื่องจากสถานีดับเพลิงอยู่ไม่ไกล แต่เมื่อไปถึงพบว่าเพลิงลุกลามอย่างรุนแรง โดยไฟลามไปตามฝ้าเพดานอย่างรวดเร็ว วัสดุตกแต่งภายในเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เกิดควันปริมาณมาก
จากการสอบถามผู้ประสบเหตุเบื้องต้น ทราบว่าจุดเริ่มต้นของเพลิงไหม้อยู่บริเวณเวทีด้านในร้าน ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปตามฝ้าเพดานอย่างรวดเร็วและเกิดควันจำนวนมาก โดยไฟลุกลามมาทางด้านหน้า ซึ่งเป็นฝั่งทางเข้า-ออกหลักของร้านที่ติดกับถนน ทำให้ผู้ที่อยู่ภายในไม่สามารถใช้ทางออกหลักได้สะดวก จึงพากันวิ่งไปยังทางหนีไฟด้านใน โดยทางหนีไฟฝั่งซ้ายเป็นทางออกสู่ภายนอก ส่วนฝั่งขวาเป็นห้องน้ำ มีผู้ประสบเหตุบางส่วนหลงเข้าไปในห้องน้ำจนหมดสติ และกีดขวางทาง ทำให้ผู้ที่อยู่ด้านหลังไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ อีกทั้งยังพบผู้หมดสติจำนวนมากบริเวณทางออกหนีไฟฝั่งซ้าย
สำหรับอาคารแห่งนี้ สำนักงานเขตได้เข้าตรวจสอบเมื่อเดือน เม.ย. 69 ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย พบว่ามีทางหนีไฟ 2 ทาง มีป้ายทางหนีไฟ ไฟฉุกเฉิน และเครื่องดับเพลิงครบถ้วน อย่างไรก็ตาม สภาพในวันที่เข้าตรวจอาจแตกต่างจากการใช้งานจริง เนื่องจากขณะเปิดให้บริการอาจมีการตั้งโต๊ะขายสินค้า บริเวณทางออก หรือมีการวางวัสดุกีดขวางทางหนีไฟ ทำให้การอพยพไม่สะดวก ทั้งนี้ จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีกครั้ง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวด้วยว่า สถานประกอบการแห่งนี้ได้รับอนุญาตเป็นร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี ไม่ใช่สถานบริการตามกฎหมาย โดยสามารถเปิดให้บริการได้ถึงเวลาเที่ยงคืน ซึ่งช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาที่ใกล้ปิดให้บริการพอดี ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือวัสดุตกแต่งฝ้าเพดานและอุปกรณ์ภายในอาคาร ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยจะหารือร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อทบทวนข้อกำหนดด้านวัสดุที่ใช้ตกแต่งอาคาร เนื่องจากปัจจุบันสถานบริการขนาดใหญ่มีข้อกำหนดให้ใช้วัสดุที่ไม่ลามไฟและไม่ก่อให้เกิดควัน แต่ร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรีอาจยังไม่มีข้อกำหนดในลักษณะเดียวกัน จึงต้องพิจารณาขยายมาตรฐานดังกล่าวให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน จะมีการหารือเพื่อทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับสถานบันเทิง เนื่องจากโซนนิงสถานบันเทิงในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับยุคสมัย โดยกำหนดพื้นที่ไว้เพียงย่าน RCA และสีลมเท่านั้น จึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงทั้งเรื่องโซนนิงและคำนิยามของสถานบริการหรือสถานบันเทิงให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับสภาพการใช้งานในปัจจุบัน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ในพื้นที่เขตดังกล่าวมีสถานประกอบการลักษณะกึ่งร้านอาหารจำนวน 14 แห่ง ซึ่งหลังจากนี้จะพิจารณาปรับปรุงแนวทางการตรวจสอบและยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม