สนามข่าว 7 สี - เหตุสงสัย คดีอุบัติเหตุที่มีรถขับมาด้วยความเร็ว แล้วปีนข้ามเกาะกลางถนน ไปชนรถที่วิ่งมาตามปกติในช่องทางขวา ทำไมถึงกลายเป็นคดีประมาทร่วม สรุปคดีนี้ ตำรวจขยับแล้ว สั่งเปลี่ยนพนักงานสอบสวน เพื่อดูข้อเท็จจริง และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ภาพวงจรปิดที่ครอบครัวฝั่ง นายสมชาย คนที่ขับรถมาตามเลนปกติ เพียงแต่ชิดขวา แล้วถูกคู่กรณีขับข้ามเกาะกลางมาชน นำไปร้องขอความเป็นธรรมกับเพจฯ สายไหมต้องรอด คลิปความยาว 12 วินาที เห็นชัดเจนว่าฝั่งนายสมชาย ขับรถมาตามถนนเส้นท่าตะโก-นครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ตามปกติ ก่อนถูกอีกฝ่ายข้ามเกาะกลางมาชน
ทีมข่าวพูดคุยกับ นายสมชาย คนขับรถคันที่ถูกชนจนบาดเจ็บสาหัส ก็พยายามอธิบายว่า ตัวเองขับรถมาตามปกติ ในขณะที่อีกฝ่ายขับรถแปลก ๆ แล้วจู่ ๆ ก็พุ่งข้ามเกาะกลางมาชนกะทันหัน เป็นเหตุให้แฟนเสียชีวิต แถมตำรวจยังเจอว่า คนขับรถคู่กรณีมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 290 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ไม่เข้าใจว่าทำไมตำรวจถึงยังดำเนินคดีตนเองฐานประมาทร่วมฯ ไปด้วย
สอบถามไปทางผู้กำกับการ สภ.ท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ บอกว่า จากการสอบถามกับพนักงานสอบสวน ทราบว่าคดีนี้ นายสุรินทร์ ที่ขับรถข้ามเลนไปชนประสานงากับรถของนายสมชาย และตรวจสอบพบว่ามีอาการเมาสุรา อันนี้ผิดชัดเจน
ส่วนเหตุที่พนักงานสอบสวน มองว่า นายสมชาย เข้าข่ายประมาทร่วม เพราะเห็นว่าขับรถมาในช่องทางขวา ด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลฯ ถือว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงดำเนินคดีกับทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
จากเหตุที่เกิดขึ้น จึงมีคำสั่งเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน และยังบอกด้วยว่า จริง ๆ คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่ถึงขั้นมีบทสรุปทางคดี
ด้วยความกังวลว่าคดีนี้จะไม่ได้รับความเป็นธรรม ลูกสาวของผู้บาดเจ็บ ก็ได้ไปยื่นขอความช่วยเหลือกับสำนักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน แล้ว โดย อธิบดีอัยการฯ บอกว่า จะประสานไปยังอัยการจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อติดตามตรวจสอบคดีนี้ว่า มีการส่งฟ้องข้อหาไหนบ้าง หากอีกฝ่ายกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถร้องขอความเป็นธรรมได้เช่นกัน
ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นคดีอะไรก็ตาม อัยการไม่เคยสั่งคดีจากกระแสโซเชียลฯ แต่จะต้องดูข้อเท็จจริง ตามพยานหลักฐานที่ปรากฎในสำนวนคดีทั้งหมด ขอให้มั่นใจในเรื่องนี้ได้