รัฐบาลปลื้มผลจัดอันดับ IMD ปี 69 การศึกษาไทยขยับขึ้น 3 อันดับ มาอยู่ที่ อันดับ 52 ของโลก หลังจากปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาหลายปี กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเดินหน้าแผนเชิงรุก 4 ด้าน
(22 มิถุนายน 2569) รัฐบาลเผยผลจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันโลกของ IMD ปี 2569 พบการศึกษาไทยขยับขึ้น 3 อันดับ สู่อันดับ 52 ของโลก หลังอันดับลดลงต่อเนื่องหลายปี ขณะที่อัตราการรู้หนังสือพุ่งขึ้นถึง 9 อันดับ สะท้อนผลปฏิรูปเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม พร้อมเร่งแผนเชิงรุก 4 ด้าน ยกระดับภาษาอังกฤษ ทักษะแรงงาน และ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริม AI Literacy และการหารือกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดแนวทาง Screen Time ในสถานศึกษาอย่างสมดุล
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความยินดีต่อผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประจำปี 2569 โดย World Competitiveness Center (WCC) ภายใต้สถาบัน International Institute for Management Development (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พบว่าปัจจัยด้านการศึกษาของไทยปรับตัวดีขึ้น 3 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 52 ของโลก ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญของภาคการศึกษาไทย หลังจากอันดับด้านการศึกษาปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
นอกจากนั้นตัวชี้วัดด้านการศึกษารายบุคคลแสดงความก้าวหน้าที่ชัดเจนในหลายด้าน โดยอัตราการรู้หนังสือของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปขยับขึ้นเก้าอันดับอยู่ที่อันดับ 48 ของโลก และงบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาต่อนักเรียนขยับขึ้นห้าอันดับอยู่ที่อันดับ 50 ของโลก
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสริมว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งเน้นความสามารถทางภาษาอังกฤษ ทักษะแรงงาน และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมดำเนินโครงการริเริ่มที่สำคัญเพื่อกำหนดแนวทางการใช้เวลากับหน้าจอในสถานศึกษาที่สมดุล เช่น ส่งเสริมการศึกษาปัญญาประดิษฐ์และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ
กระทรวงศึกษาธิการจึงได้เร่งขับเคลื่อนแผนเชิงรุก 4 ด้าน ประกอบด้วย การยกระดับฐานข้อมูลการศึกษาให้เป็นปัจจุบันและเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลสากล การพัฒนาทักษะแห่งอนาคตในสาขา STEM เทคโนโลยี การบริหารจัดการข้อมูล และภาษาอังกฤษ และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม สำหรับด้านการนำ AI มาใช้ในสถานศึกษานั้น กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นการสร้าง “AI Literacy” ให้ผู้เรียนและครูสามารถใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและมีวิจารณญาณ ควบคู่กับการกำหนดแนวทาง การใช้เครื่องมืออิเลกทรอนิกส์ในสถานศึกษา ที่เหมาะสมตามช่วงวัย เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีในชั้นเรียนส่งเสริมพัฒนาการของผู้เรียนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการนำอุปกรณ์ดิจิทัลเข้ามาทดแทนการเรียนรู้แบบเดิม