คอลัมน์หมายเลข 7 : ศาลฯ ตัดสินลงโทษไอ้โม่งถมปิดกั้นแม่น้ำ จ.นครสวรรค์ ตอน 2

View icon 18
วันที่ 25 มิ.ย. 2569 | 11.13 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ล่าสุด ป.ป.ช. จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล โดยให้สำนักคดี เตรียมยื่นอุทธรณ์คดีไอ้โม่งถมปิดกั้นแม่น้ำยม หลังจากศาลตัดสินลงโทษ ผู้กระทำผิดเพียง 1 คน และยกฟ้อง 2 คน ซึ่ง ป.ป.ช. มั่นใจมีหลักฐานประจักษ์ชัด จึงชี้มูลความผิด ติดตามจากคุณหนึ่ง อรรถพล ดวงจินดา ในช่วง คอลัมน์หมายเลข 7

ยังเป็นเสียงอื้ออึง ตามล่าหาไอ้โม่ง สั่งปิดกั้นแม่น้ำยม ที่ยังเป็นประโยคที่ดังติดหู และความทรงจำของชาวบ้านในพื้นที่มาหลายปี โดยเฉพาะชาวบ้านกว่า 1,000 คน หมู่ที่ 4, หมู่ที่ 5 ตำบลเกยไชย และหมู่ที่ 10 ของตำบลท่าไม้ ระยะทาง 30 กิโลเมตร ในอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์
   
เพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ที่เดือดร้อนหนัก ไม่มีน้ำกินน้ำใช้ และน้ำเพื่อทำการเกษตร เพราะแม่น้ำยมที่แห้งจนเห็นแต่สันดอนทรายกลางน้ำตลอดแนว ในปี 2563 เพราะไอ้โม่งสั่งปิดกั้นลำน้ำ ให้รถแบ็กโฮขุดดิน-ทราย แทนการใช้เรือขุด ทั้งที่ไม่มีการดำเนินการตามขั้นตอน

คอลัมน์หมายเลข 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2563 ที่คุณสมโภชน์ โตรักษา และนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าฯ สตง. ลงไปเห็นสภาพจริง เดินบนคันกั้นแม่น้ำยมในขณะนั้น กระทั่งฝ่ายปกครองอำเภอชุมแสง สั่งรื้อคันดินกั้นแม่น้ำยมภายใน 1 สัปดาห์หลังจากนั้น

เรื่องราว มาถึงตรงนี้ คอลัมน์หมายเลข 7 กลับลงพื้นที่มาเห็นสภาพแม่น้ำยม ซึ่งเป็นเรื่องดี ที่มีการขุดลอกแม่น้ำยม หลังจากชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า มีการขุดลอกแม่น้ำยมแล้ว เพื่อให้การกักเก็บน้ำได้มากขึ้น และแม่น้ำยมไหลผ่านได้สะดวก ภาพนี้แตกต่างจากในอดีตเมื่อปี 2563

หลังจาก ป.ป.ท. ร่วมขยายผลตรวจสอบรวบรวมหลักฐานข้อมูล พบเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในขณะนั้น จึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการต่อ โดย ป.ป.ช.ชุดใหญ่ มีมติชี้มูลความผิด จากนั้นส่งต่อให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้อง

แม้ว่ากรมเจ้าท่า จะประกาศให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด รุ่งสวรรค์ก่อสร้าง ที่เสนอราคาต่ำที่สุด 47,052,000 บาท ชนะการเสนอราคา โครงการจัดจ้างก่อสร้างขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำภายในประเทศที่แม่น้ำยม แต่ยังไม่ทันทำสัญญาจ้าง กลับมีไอ้โม่งสั่งการเอกชนปิดกั้นแม่น้ำยม กรมเจ้าท่าจึงสั่งยกเลิกการประกวดราคาโครงการนี้ เพราะเอกชนเข้าทำงานก่อน ปริมาณงานจึงลดลง ไม่ตรงตามเงื่อนไข

ล่าสุด การต่อสู้ทางคดีในเรื่องนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษา ว่านายวิทยา แสงมณี กระทำความผิดจริง ลงโทษจำคุก 1 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือน เนื่องจากจำเลยไม่เคยกระทำผิดมาก่อน จึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี พร้อมปรับเป็นพินัยกับนายวิทยา 10,000 บาท ในคดีนี้ เนื่องจากปิดกั้นลำน้ำ เป็นความผิดที่มีบทลงโทษไม่มาก

ส่วนพวกอีก 2 คน อย่างนายชาญชัย นายกเทศบาลตำบลทับกฤช ศาลมีความเห็นยกฟ้อง

หลังมีข้อมูลความคืบหน้าเรื่องนี้ คอลัมน์หมายเลข 7 จึงขยายผลกับผู้อำนวยการ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครสวรรค์ ยังรอเอกสารผลการพิพากษาของศาลฯ เพื่อพิจารณาประกอบหลักฐานข้อมูลที่ชี้มูลความผิด และส่งให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องต่อศาลฯ ว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีนี้ ภายใน 30 วันหรือไม่

ขณะเดียวกัน คอลัมน์หมายเลข 7 ได้ข้อมูลเพิ่มเติม จากนายช่างผู้รับเหมา ขุดลอกและทำขอบตลิ่งแม่น้ำยม ว่ามีการดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำยมไปแล้ว ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ค่าจ้างงบประมาณ 40 ล้านบาท น่าสังเกตว่าเอกชนที่ได้รับการว่าจ้างโครงการนี้ คือเอกชนรายเดิมที่ชนะการประกวดราคาโครงการนี้เมื่อปี 2563 คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด รุ่งสวรรค์ก่อสร้าง แต่อธิบดีกรมเจ้าท่า ได้เซ็นยกเลิกโครงการนี้ไปแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง