วันนี้ (25 มิ.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ร่วมกันจับกุม นายกฤตพัส อายุ 27 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.อุปกรณ์รับและกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม (Satellite Internet Router) สีขาว จำนวน 1 เครื่อง พร้อมสายเชื่อมต่อ จำนวน 1 ชุด
2.อุปกรณ์จ่ายไฟสำหรับระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม (Starlink Power Supply) สีขาว จำนวน 1 เครื่อง
3.เครื่องรับ–ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมระบบ Starlink (Starlink Dish / User Terminal) สีขาว จำนวน 1 เครื่อง
โดยสามารถจับกุมได้ที่ในทะเลอันดามันบริเวณหน้าแหลมดินสอ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำภูเก็ตได้รับแจ้งว่า มีเรือนำเที่ยวในพื้นที่ จ.ภูเก็ต นำนักท่องเที่ยว ชาวจีนออกไปทำกิจกรรมตกปลาในทะเล โดยอาจมีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือและการประกอบธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมถึงภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทย
ต่อมา พ.ต.ท.วิษณุ จินาวงษ์ สว.ส.รน.3 กก.8 บก.รน. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำเรือตรวจการณ์ 444 ออกตรวจทางทะเลในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งขณะออกตรวจบริเวณทะเลแหลมดินสอ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต พบเรือบรรทุกคนโดยสาร (เรือทัวร์ตกปลา) กำลังนำนักท่องเที่ยวชาวจีนออกไปทำกิจกรรมตกปลาในทะเล จึงได้เข้าตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่
จากการตรวจสอบพบว่า เรือดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเหมาลำโดยสารอยู่จำนวน 2 คน และมีนายกฤต เป็นผู้ควบคุมเรือ ขณะตรวจสอบภายในเรือ พบอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมระบบ Starlink ติดตั้งอยู่ภายในเรือ ประกอบด้วยอุปกรณ์รับ–ส่งสัญญาณดาวเทียม อุปกรณ์จ่ายไฟ และอุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตรวมหลายรายการ
เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามถึงที่มาและขอตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ดังกล่าว โดยผู้ควบคุมเรือให้การว่าเป็นทรัพย์สินของบริษัทที่เป็นผู้ว่าจ้างตน โดยไม่สามารถนำเอกสารเกี่ยวกับการนำเข้าการครอบครอง หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบอนุญาตใช้เรือและคุณสมบัติผู้ประจำเรือ พบว่าไม่ถูกต้องจึงแจ้งข้อหาใช้เรือผิดเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบรูปแบบการให้บริการนำเที่ยวของเรือลำดังกล่าว พบว่านักท่องเที่ยวชาวจีน เดินทางไปกับเรือโดยไม่มีบุคคลใดแสดงตนหรือปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ประจำคณะนักท่องเที่ยว เมื่อสอบถามผู้ควบคุมเรือ บุคคลที่อยู่บนเรือ รวมถึงนักท่องเที่ยว ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการจัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางร่วมคณะตามที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด
จากการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เจ้าหน้าที่เชื่อได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวอาจฝ่าฝืนหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการจัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางไปกับนักท่องเที่ยว จึงได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อบริษัทผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องส่งให้กรมการท่องเที่ยวพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลตรวจสอบโครงสร้างการประกอบธุรกิจและแหล่งที่มาของเงินลงทุน เนื่องจากพบข้อมูลน่าสงสัย โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายหรือไม่
การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มงวดในการกำกับดูแลความปลอดภัยทางทะเลการคุ้มครองนักท่องเที่ยว และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน