สสร. 2550 ร่อนแถลงการณ์ถึงประธาน กกต. ขอให้บังคับใช้กฎหมาย

สสร. 2550 ร่อนแถลงการณ์ถึงประธาน กกต. ขอให้บังคับใช้กฎหมาย

View icon 49
วันที่ 26 มิ.ย. 2569 | 16.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สสร. 2550 ร่อนแถลงการณ์ถึงประธาน กกต. ขอให้บังคับใช้กฎหมาย จัดการคนทำผิดคดีฮั้ว สว. ก่อนกลไกฝ่ายนิติบัญญัติ-องค์กรอิสระถูกแทรกแซง

ฮั้วเลือก สว. วันนี้ (26 มิ.ย.69) สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ออกแถลงการณ์ ถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บังคับใช้กฎหมายก่อนที่กลไกขององค์กรนิติบัญญัติ และองค์กรอิสระถูกแทรกแซงอย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยการจัดการผู้กับกระทำความผิดกฎหมาย ในการฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ข้อความตอนหนึ่งในแถลงการณ์ ระบุว่า ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ชุดปัจจุบัน ซึ่งมีข้อครหาอย่าร้ายแรงเรื่องการบล็อกโหวตและการทุจริตเชิงโครงสร้าง สสร.2550 ขอเรียกร้องให้ กกต. ตระหนักถึงความเสียหาย ร้ายแรงย่อยยับที่เกิดขึ้นต่อระบอบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย หากสภาสูงต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพล หรือการครอบงำของกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ที่สามารถจัดการบล็อกโหวตและมีอำนาจเหนือ สว. ย่อมส่งผลกระทบ ต่ออำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของวุฒิสภา 3 เรื่อง และจะนำพาประเทศไปสู่ "เผด็จการรัฐสภา" ดังนี้

1 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ จะสำเร็จได้ต้องอาศัยเสียง เห็นชอบจาก สว. ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 (67เสียง)  ซึ่งหากมีการครอบงำวุฒิสภาโดยกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใด ก็จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องหยุดชะงักถูกแช่แข็ง หรือมีการแก้ไขโดยบิดเบือนหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะกลุ่ม 

2 การพิจารณากลั่นกรองกฎหมายในรัฐสภา จะถูกบิดเบือน ขาดการกลั่นกรองที่เที่ยงธรรมจากผู้ทรงคุณวุฒิที่หลากหลาย  กลายสภาพเป็น"สภาตรายาง"ที่คอยผ่านกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนหรือกลุ่มอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง  อีกทั้ง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปีจำนวนมหาศาล จะถูกฉ้อฉล ให้กลายเป็นผลประโยชน์ของนักการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง ประเทศจะเกิดสภาพขาดระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจโดยสิ้นเชิง

3 การให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่อำนาจในองค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งข้าราชการระดับสูงที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายกำหนด จะถูกครอบงำและถูกทำให้กลายเป็นระบบต่างตอบแทน มีการคัดเลือกคนของกลุ่มตนเองเข้าไป นั่งในองค์กรตรวจสอบ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือปกป้องพวกพ้องและทำลายผู้เห็นต่าง

ประเด็นสำคัญเร่งด่วน ในขณะนี้มีบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็น กกต. เพื่อทดแทนคนเดิมในจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และกำลังได้รับการเลือกสรรและให้ความเห็นชอบจาก สว. ชุดที่มีข้อครหา ซึ่งอาจทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัย และกล่าวหาได้ว่า กกต.  อาจมีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับการพิจารณา คดีฮั้วการเลือก สว.

ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้องเกียรติศักดิ์ และจะเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของกรรมการการเลือกตั้งทุกท่าน   จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องเร่งพิจารณาส่งเรื่องและพยานหลักฐานให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรม และโปร่งใสต่อสายตาประชาชน 

สสร. 2550 เรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญตามรัฐธรรมนูญ และกรอบกฎหมายที่มีอยู่โดยไม่มีข้อยกเว้น หากท่านเลือกที่จะเพิกเฉยต่อหลักฐานและข้อกฎหมาย จะส่งผลกระทบอันร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศชาติอย่างไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้

สำหรับ สสร. 2550 จำนวน 23 คน ที่ร่วมออกแถลงการณ์ อาทิ รศ. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง  ศ.วิชา  มหาคุณ นายมานิจ สุขสมจิตร นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ อาจารย์ คมสัน โพธิ์คง  เป็นต้น