กระบะไล่ยิง จยย.กลุ่มวัยรุ่น บาดเจ็บ 2 คน ตำรวจตามจับ 3 ผู้ต้องหา พบ 1 รายเป็นพระลูกวัด พาค้นวัดเจอปืนไทยประดิษฐ์ ทั้งหมดอ้างยิงผิดตัว คิดว่าเป็นคู่อริ
วันนี้ (27 มิ.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณจุดกลับรถ ถนนหมายเลข 340 กรุงเทพ- สุพรรณบุรี ตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเยาวชนชาย 2 ราย คือ เยาวชนอายุ 14 ปี ถูกยิงเข้าที่ต้นขาซ้าย 2 นัด กระสุนฝังในร่างกาย และเยาวชนอายุ 17 ปี ถูกกระสุนปืนเฉี่ยวบริเวณหัวเข่าซ้าย ขับจักรยานยนต์หนีตายกว่า 5 กิโลเมตร กลับบ้านขอความช่วยเหลือ ก่อนญาตินำตัวส่งโรงพยาบาลลาดบัวหลวง
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ จนทราบว่าหนึ่งในผู้ต้องหาคือ พระอนุชา อายุ 20 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งใกล้จุดเกิดเหตุ จึงเข้าจับกุมตัวได้ภายในวันเดียวกัน พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาดเบอร์ 12 และเครื่องกระสุนปืน 1 นัด ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในวัด นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามจับกุม เยาวชนอายุ 17 ปี ได้อีก 2 ราย พร้อมตรวจยึดรถกระบะสีดำที่ใช้ก่อเหตุไว้เป็นของกลาง
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่า เข้าใจผิดคิดว่าผู้บาดเจ็บเป็นกลุ่มคู่กรณีที่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน จึงชักชวนกันขับรถกระบะออกตามหา ก่อนใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยิงใส่แล้วหลบหนี กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้พร้อมของกลาง
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ เยาวชนอายุ 17 ปี หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถูกกระสุนปืนเฉี่ยวบริเวณหัวเข่าซ้าย เล่าว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณสองทุ่มกว่า ตนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของเยาวชนอายุ 14 ปี พร้อมเพื่อนรวม 6 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คัน เดินทางไปส่งอะไหล่รถ เมื่อมาถึงบริเวณจุดกลับรถที่เกิดเหตุ ตนกำลังก้มดูโทรศัพท์มือถือ จึงไม่ได้สังเกตเห็นรถของผู้ก่อเหตุ ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ด้วยความตกใจ ทุกคนจึงรีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปตามถนนสาย 340 กรุงเทพ - สุพรรณบุรี เลาะเข้าทางชุมชนเพื่อกลับบ้าน ระหว่างนั้นไม่มีใครรู้ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือถูกยิง กระทั่งกลับถึงบ้านจึงพบว่าเยาวชนอายุ 14 ปี ถูกยิงเข้าที่ต้นขาซ้าย 2 นัด ส่วนตนถูกกระสุนเฉี่ยวที่หัวเข่า จึงรีบแจ้งครอบครัวให้พาส่งโรงพยาบาล โดยเยาวชนอายุ 14 ปี ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อรอผ่าตัดนำหัวกระสุนออก ส่วนสาเหตุที่ถูกยิงนั้น ตนไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร
ขณะที่ เยาวชนชายอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นรถกระบะของผู้ก่อเหตุจอดรออยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มของตนเอง จึงพยายามขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี แต่ผู้ก่อเหตุยังขับรถกระบะไล่ตามมา ก่อนกลับรถและพยายามประกบรถจักรยานยนต์เพื่อก่อเหตุซ้ำ ทำให้พวกตนต้องเร่งขับหลบหนี เพื่อเอาชีวิตรอด
ด้าน น.ส.ชไมพร อายุ 37 ปี พี่สาวของเยาวชนอายุ 17 ปี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ น้องชายได้พาผู้บาดเจ็บกลับมาที่บ้าน พร้อมบอกว่าถูกยิง ตนตกใจมาก รีบวิ่งออกมาดู พบผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพยืนเกาะรถแทบหมดแรง ทุกคนจึงช่วยกันพาขึ้นรถกระบะรีบนำส่งโรงพยาบาล จากนั้นน้องชายจึงบอกว่าตนเองก็ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าเช่นกัน ซึ่งเพิ่งรู้ว่าถูกกระสุนปืนเฉี่ยวจนเป็นแผล ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ครอบครัวตกใจเป็นอย่างมาก และยิ่งรู้ภายหลังว่าหนึ่งในผู้ก่อเหตุเป็นพระลูกวัดก็ยิ่งรู้สึกตกใจ เพราะกลุ่มของน้องชายไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางกับผู้ก่อเหตุมาก่อน ไม่คิดว่าจะต้องมาเคราะห์ร้ายถูกยิงเพราะความเข้าใจผิดเช่นนี้
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวฝากขังศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ซึ่งภายหลังการสอบสวน พระอนุชา ได้ลาสิกขาแล้ว และยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน