หนุ่มวอนช่วยเหลือ ! เพื่อนบ้านเมาคลั่ง ถืออาวุธขู่ทำร้าย ขว้างของ ครอบครัวมีแต่กลุ่มเปราะบาง คนชรา ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก แจ้งความได้แค่บันทึกประจำวัน
วันนี้ ( 28 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากครอบครัวหนึ่ง ย้ายมาอยู่หมู่บ้านย่านสองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง ได้เพียงเดือนเดียว กลับต้องเผชิญฝันร้ายรอบด้าน
คุณยายอายุ 84 ปี ต้องเฝ้าลูกสาวป่วยติดเตียงและเลี้ยงหลาน 4 ขวบ ท่ามกลางความหวาดผวา หลังเจอเพื่อนบ้านรุ่นใหญ่คล้ายเมายา คลุ้มคลั่งถืออาวุธเดินด่า-ขว้างสิ่งของข้ามกำแพง ขู่ทำร้ายไม่เว้นแต่ละวัน แจ้งตำรวจทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน หวั่นเกิดเหตุสลดเพราะในบ้านมีแต่กลุ่มเปราะบางหนีไม่ได้
ขณะที่ชาวบ้านเผย เจ้าของเก่าทนไม่ไหวจนต้องขายบ้านหนีมาแล้วหลายทอด ทางครอบครัวพอย้ายมาอยู่ ก็ต้องตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จากพฤติกรรมอันตรายของเพื่อนบ้านรุ่นใหญ่
บ้านหลังที่เกิดเหตุมีผู้พักอาศัยเป็นกลุ่มเปราะบาง ประกอบด้วย คุณยายอายุ 84 ปี ที่มีความเป็นอยู่ขัดสน ลูกสาวอายุ 50 ปี ป่วยติดเตียง และหลานชายอายุ 4 ขวบ
ปัจจุบันทุกคนต้องอยู่อย่างหวาดระแวงและนอนสะดุ้งทุกคืน จากพฤติกรรมของเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 70 ปี ที่มักมีอาการผิดปกติคล้ายคนเมายาหรือสติไม่สมประกอบ เกิดอาการคลุ้มคลั่งโวยวาย ขว้างปาข้าวของข้ามกำแพงเข้ามาตกในบริเวณบ้าน ซึ่งเกือบจะโดนคุณยายอายุ 84 ปีมาแล้ว
ที่น่ากลัวที่สุดคือ ชายคนดังกล่าวมักจะถืออาวุธเดินวนเวียนอยู่ภายในเขตรั้วบ้านตนเอง พร้อมตะโกนด่าทอ ท้าทาย และขู่จะเข้ามาทำร้ายคนในบ้านตลอดเวลา
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตึงเครียดให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก จนตัวพ่อของเด็กชายอายุ 4 ขวบ ไม่กล้าปล่อยให้ลูกอยู่บ้านในระหว่างที่ตนเองต้องออกไปทำงานหาเลี้ยงชีพ ทุกวันนี้ต้องยอมหอบหิ้วลูกชายเดินทางไปฝากคนอื่นช่วยเลี้ยงนอกบ้าน ทำให้ครอบครัวต้องแบกรับความเครียดและภาระที่เพิ่มขึ้น
ที่ผ่านมา ทางครอบครัวพยายามดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยเข้าแจ้งเรื่องกับหน่วยงานท้องถิ่น แต่ยังไม่มีการแก้ไข ล่าสุดได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.กร่ำ แต่เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เท่านั้น โดยให้เหตุผลว่ายังไม่เกิดการบาดเจ็บหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เด่นชัด ทำให้ครอบครัวรู้สึกไร้ที่พึ่ง เหมือนต้องทนอาศัยอยู่ท่ามกลางระเบิดเวลาที่ไม่รู้ว่าจะปะทุขึ้นมาวันไหน
จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า บ้านหลังที่ร้องเรียนนี้ถือเป็นบ้านมือที่สาม แล้ว เนื่องจากเจ้าของบ้านคนก่อน ๆ ทนพฤติกรรมของเพื่อนบ้านรายนี้ไม่ไหว จึงต้องตัดใจขายบ้านต่อกันมาเป็นทอด ๆ
ขณะเดียวกัน หลานสาวอายุ 17 ปี บ้านคู่กรณี ระบุว่า ก่อนหน้านี้บ้านฝั่งข้าง ๆ ของคุณลุงผู้ก่อเหตุ มักจะมานั่งดื่มสุราและส่งเสียงดัง อีกทั้งก็ยังตะโกนต่อว่าฝั่งบ้านตน แต่พอฝั่งคุณลุงมีอาการมึนเมา ก็จะตะโกนด่าทอโต้ตอบกลับไปจนเกิดเป็นปัญหาเรื้อรัง
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามเข้าไปเรียกคุณลุงผู้ก่อเหตุเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของการโวยวายและด่าทอเพื่อนบ้าน แต่เนื่องจากคุณลุงยังมีอาการมึนเมาอยู่ จึงทำให้พูดจาไม่รู้เรื่อง
อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวผู้เสียหายวิงวอนขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาก่อนที่จะเกิดความสูญเสียขึ้น