"มัลลิกา" ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชนที่บริสุทธิ์ รับคะแนนต่ำกว่าที่คาดหมาย ลั่นทำเต็มที่แล้ว ต้องยอมรับผล ขอนักวิชาการ-สื่อ อย่าวิเคราะห์แทน-อย่าดูถูกคะแนนก้นหีบ หลังจากนี้ขอทำหน้าที่ “พลเมือง” ติดตามตรวจสอบ กทม.
(28 มิ.ย.69) เวลา 19.40 น. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแถลงขอบคุณพี่น้องประชาชน ชาวกรุงเทพมหานครที่ออกไปใช้สิทธิ์ และทุกคะแนนเสียงที่ส่งสัญญาณในการให้ตนได้คะแนนซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์ของทุกคน
อย่างไรก็ตาม ตนยังมีความเชื่อมั่นว่า คะแนนที่เป็นพลังบริสุทธิ์นี้เป็นคะแนนที่ส่งให้กรุงเทพมหานคร เพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อยากบอกทุกคนว่า ขอกราบขอบพระคุณทุกคนว่า มีความเชื่อมั่นเสมอว่า คะแนนบริสุทธิ์เหล่านั้นเป็นคะแนนที่มาจากความตั้งใจ และตั้งใจที่อยากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพมหานคร แต่ในส่วนของคะแนนที่ยังไม่สิ้นสุด ตนก็อยากจะให้เกียรติพี่น้องประชาชนไม่ว่า จะนับจนถึงที่สุดแล้ว ตนจะได้กี่คะแนนก็อยากขอบพระคุณพี่น้องประชาชน และอยากแสดงความยินดีกับผู้ที่ชนะซึ่งเป็นสิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อผลประกาศออกมาอย่างไรเราก็ต้องยอมรับในเรื่องคะแนน
นางมัลลิกา ย้ำว่า 2 เรื่องที่อยากจะบอกคือ อยากขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ให้ และขอแสดงแสดงความยินดีกับผู้ที่ชนะเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นนายชัชชาติ หรือใครก็ตาม
ทั้งนี้ตอนนี้คะแนนยังนับไม่สิ้นสุด แต่คะแนนขณะนี้มาลำดับ 2 ก็ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน และได้แสดงแสดงความยินดีต่อผู้ที่ชนะให้ได้เข้าไปทำหน้าที่ แต่ผลของการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไรหลังจากนี้ ตนอยากให้เกียรติคะแนนตรงนั้น จึงต้องเฝ้าดูให้การนับผลคะแนนสิ้นสุดและเสถียร
อย่างไรก็ตาม นางมัลลิกา ยังระบุว่า ระบอบประชาธิปไตยในการเลือกผู้นำโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เป็นจังหวัดเดียวที่มีการเลือกผู้นำของของตัวเอง จึงขอชื่นชมประชาชนที่ได้แสดงออกถึงระบอบประชาธิปไตยในการออกลงคะแนน ซึ่งระยะเวลาในการหาเสียง 30 วันไม่ว่า จะน้อยหรือไม่ ก็ต้องขอบคุณเพราะถือว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ซึ่งตนได้ทำตามยุทธศาสตร์ทุกอย่างแล้วทั้งในเรื่องของนโยบายและการประชาสัมพันธ์และดีเบตก็ได้ทำอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว
ส่วนการเดินทางการเมืองในอนาคตนั้น นางมัลลิกา ระบุว่า เคยประกาศไว้แล้วว่า ถ้าใครจะใช้ มัลลิกา ต้องใช้วันนี้ไม่ใช่รออนาคต หรือชาติหน้า เพราะตนมีธุรกิจ และต้องทำหน้าที่ของตัวเองหากประชาชนโหวตให้ชนะก็จะทุ่มเทเสียสละทำอย่างเต็มที่ตามยุทธศาสตร์ 14 ประการที่เคยประกาศไว้ แต่หากผลโหวตไม่เพียงพอที่จะได้เป็นผู้นำกรุงเทพมหานครตนก็อยากฝากผู้ชนะว่า นโยบายอะไรก็ตามที่ลืมคิดไปเช่น พรบ. ความมั่นคงหรืออะไรต่าง ๆ ตนก็อยากให้หยิบเอานโยบายของผู้สมัคร ไปผลักดัน นำไปใช้กับการทำงาน ของการเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครให้เกิดความเป็นศรีวิไลอย่างแท้จริง
ส่วนที่คะแนนที่มาเป็นลำดับสองเหนือความคาดหมายหรือไม่ นางมัลลิกา ระบุว่า หากพูดถึงเรื่องความคาดหมายถือว่า ต่ำกว่าความคาดหมายอยู่แล้ว แต่หากเทียบกับคนอื่นที่มีคะแนนรองลงไปหลายคนอาจจะตกใจ หรือเซอร์ไพรส์ แต่จริง ๆ แล้วมีการทำยุทธศาสตร์ เพื่อชนะแต่ผลคะแนนออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ
นางมัลลิกา ระบุอีกว่า สิ่งที่ตนอยากบอกคือ การทำหน้าที่อย่างเต็มที่สุด หลังจากนี้ก็จะทำหน้าที่พลเมืองในการนั่งติดตามตรวจสอบ ด้วยความเป็นห่วงกรุงเทพมหานคร วันนี้หากถามว่า จะทำอะไรต่อ ตนได้ปวารณาตัว มาเพื่อที่จะทำหน้าที่ผู้นำกรุงเทพมหานครไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อสร้างระบอบขึ้นเสร็จ แล้วก็ไปตั้งระบอบนี้ เพื่อเป็นพรรคการเมืองต่อ หรือไปเป็นอะไรในอนาคตเราจะไม่เอาคะแนนคะแนนเสียงของชาวกรุงเทพฯ เพื่อมาสร้าง อนาคตตัวเองตามที่มีคนวิเคราะห์ จึงขอพูดไว้ตรงนี้
ส่วนกรณีที่มีสื่อมวลชนหลายช่องที่ไม่ได้เชิญตนไปดีเบต แต่มีการวิเคราะห์ว่า ครั้งหน้ามัลลิกาก็จะชนะ แต่ขออย่าวิเคราะห์ด้วยลักษณะที่ มโนกันเอาเอง และหากไม่ได้เห็นความหมายของระบอบประชาธิปไตยในการที่จะให้ค่าผู้สมัครตั้งแต่ต้นก็ไม่ควรวิเคราะห์โดยการเดาใจผู้สมัครแต่ละคนว่า จะไปใช้ชีวิตแบบไหนอย่างไร และใช้ชีวิตบนพื้นฐานการตัดสินใจ หรือการวิเคราะห์ของคุณหรือไม่ เพราะฉะนั้นตนพูดด้วยความจริงใจว่า กรุณาอย่ามโนวิเคราะห์ โดยเฉพาะเวลาไม่มีคอนเทนต์อะไรจะไปออกทีวีก็นำไปพูด หรือเวลาที่จะวิเคราะห์อะไรขอให้กรุณาโทรศัพท์มาถามตน เพราะนักวิชาการทุกคนมีเบอร์โทรศัพท์ตน พร้อมย้ำว่า กรุณาอย่ามโน
นางมัลลิกา ยังระบุว่า วันนี้ทำได้แค่ 2 อย่างคือทกำลังลุ้นผลในช่วงเวลาก่อน 2 ทุ่ม แต่หลังจากนี้เป็นต้นไปแม้ว่าจะมีการวิเคราะห์ หรือคาดการณ์ไปแล้วว่า ใครจะชนะก็ตามแต่ ก็ยังต้องให้เกียรติพี่น้องประชาชนอย่ามานั่งวิเคราะห์หน้าทีวี โดยดูถูกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างล่างหีบ ที่กำลังนับอยู่ เพราะขณะนี้ยังไม่ถึง 40 ถึง 50% ขอให้รอฟังจนตกผลึก
นอกจากนี้นางมัลลิกา ยังได้ให้ให้กำลังใจผู้สมัคร ทั้ง 18 เบอร์ที่มาลงเลือกตั้งในครั้งนี้ เพราะทุกคนถ้าให้ทำเต็มที่และดีที่สุด และที่สำคัญคือ คะแนนของพี่น้องประชาชนที่ชนะการเลือกตั้งเพื่อเลือกผู้นำของตัวเองในการเป็นผู้ว่าครั้งนี้ถือว่า เป็นมติของประชาชน เราต้องยอมรับว่า มติจะออกมาในลักษณะที่ถูกใจหรือไม่ถูกใจใคร ขออย่าให้มีความแตกแยก หรือนักวิตกกังวล หลังจากนี้ใครแพ้ก็เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยหากใครชนะก็เป็นผู้นำกรุงเทพมหานครในระบอบประชาธิปไตย
เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้ยังไม่ยอมรับว่ามความพ่ายแพ้ใช่หรือไม่ นางมัลลิกา ระบุว่า จะถามแบบนี้ไม่ได้ แต่ย้ำว่าขอขอบคุณ และยินดีกับผู้ที่ชนะไม่ว่ามผู้นั้นจะเป็นใคร แต่ต้องให้ทุกคะแนนมีการนับจนเสด็จน้ำไม่ทิ้งคะแนนใครคนใดคนหนึ่ง
เมื่อถามย้ำว่า ชัดเจนว่า 4 ปี จะไม่กลับมาสนามนี้แล้วใช่หรือไม่ นางมัลลิกา ระบุว่า ณ เวลานี้ได้ทำเต็มที่แล้ว และขณะเดียวกันก็มีความตั้งใจที่จะประกาศปวารณาตัวแล้ว หลังจากนี้ก็คงไปทำหน้าที่ของตัวเอง