“อธิบดี ปภ.” เดินหน้าเอาผิด คดีสวมสิทธิสอบบรรจุข้าราชการ เตรียมขยายผลไปถึงตัวผู้จ้างเข้าสอบ ขณะนี้อยู่ในชั้นสืบสวนของตำรวจ เผย พบเพียง 1 คนจากผู้เข้าสอบ 8,000 คน ย้ำ สอบข้าราชการต้องสุจริต-โปร่งใส
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการสวมสิทธิเข้าสอบแทนในการสอบบรรจุข้าราชการของ ปภ.ว่า เราได้วางมาตรการไว้ในการสอบทุกขั้นตอน และทุกมิติอยู่แล้ว พร้อมกำชับกรรมการคุมสอบ และทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งเป็นผู้รับจ้างจัดการสอบครั้งนี้ โดยได้ย้ำว่าให้ดูขั้นตอนให้ละเอียด ทั้งการห้ามแต่งกายเสื้อยืดคอกลมไม่มีปก ห้ามสวมรองเท้าแตะ ห้ามนำอุปกรณ์สื่อสารเข้าไปในห้องสอบ และรวมถึงเครื่องประดับที่เป็นโลหะก็ห้ามนำเข้าไป
นายธีรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ในระหว่างที่มีการสอบปรากฎว่าคณะกรรมการอำนวยการสอบได้ไปพบกับผู้เข้าสอบที่มีลักษณะหน้าตาไม่ตรงกับบัตรประชาชน กรรมการจึงเข้าไปดูพร้อมกับสอบถามกับผู้เข้าสอบ ซึ่งทางผู้เข้าสอบชี้แจงว่าไปทำคีโมมาทำให้ใบหน้าเปลี่ยน กรรมการสอบจึงตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมบอกว่าจะต้องให้ตำรวจไปเฝ้าหน้าห้องสอบ เพราะผู้เข้าสอบอยู่ในห้องแล้ว เพราะถือเป็นกติกาของการสอบอยู่แล้วที่จะต้องให้ผู้เข้าสอบอยู่ในห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาทำข้อสอบ ไม่ว่าจะเสร็จเร็วหรือช้า เช่นเดียวกับกรณีนี้ที่จะต้องให้อยู่ในห้องสอบจนกระทั่งสิ้นสุดเวลา และเมื่อรับทราบกรณีนี้จึงให้ตำรวจมาเฝ้าหน้าห้องสอบ เพราะเกรงว่าจะหลบหนีไป จนกระทั่งหมดเวลาสอบก็ได้ออกมาจากห้องสอบและถูกตำรวจควบคุมตัวไปสอบถาม และทางผู้สวมสิทธิก็ยอมรับว่าเข้ามาสอบแทน
นายธีรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้เรื่องการสวมสิทธิสอบยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของตำรวจ ในวันเกิดเหตุหลังจากสอบ ได้พาผู้สวมสิทธิไปที่สำนักงานเขต เพื่อไปตรวจสอบลายนิ้วมือตรวจสอบอัตลักษณ์ เมื่อเกิดความชัดเจนว่าเป็นคนละคนกันจึงส่งตัวไปให้สถานีตำรวจ โดยทางกรมปภ.เป็นเจ้าทุกข์ ได้รับความเสียหายเฉพาะรายนี้ โดยจะฝากไปทางตำรวจ ว่า การกระทำในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในการให้ผู้อื่นรับทราบข้อมูลข่าวสารในทางที่รู้สึกไม่ดี โดยขอให้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมสืบต่อไปว่ามีความเชื่อมโยงกับใครหรือไม่ ว่าผู้ให้มาเข้าสอบแทนเป็นใคร
เมื่อถามว่า กรมปภ. มีรายชื่อผู้เข้าสอบอยู่แล้ว จะเรียกบุคคลนั้นมาพูดคุยหรือไม่ นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ยัง โดยตอนนี้อยู่ในขั้นตอนกระบวนการของตำรวจ ทางกรมปภ. มีรูปหน้าบัตรประชาชนและมี ผู้สวมสิทธิ์อยู่แล้ว เราสืบได้แน่นอน โดยวันนี้อาจจะทำหนังสือประสานงานไปยัง สถานีตำรวจอีกครั้ง เพื่อให้กำชับในเรื่องของการดำเนินการ และดูว่าขั้นตอนตามกฏหมายของตำรวจเป็นอย่างไรบ้าง
สำหรับโทษการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการเป็นอย่างไร นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ผู้สวมสิทธิ ไม่มีสิทธิเข้ามาสอบอยู่แล้ว และการเข้ามาสอบแทนอาจจะผิดกฎหมายในหลายฉบับ ทั้งกฎหมายอาญา และเกิดความเสียหายกับกรมปภ.
เมื่อถามว่า เมื่อกระบวนการสอบสวนสิ้นสุดแล้วทางปภ.จะดำเนินการตัดสิทธิเจ้าของบัตรประชาชนหรือไม่ นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า แน่นอน เพราะถือว่าไม่สุจริตตั้งแต่แรก เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดการสอบได้กำชับอยู่ตลอด เพราะเนื่องจากเป็นกรมที่ต้องดูแลประชาชน เรื่องของภัยพิบัติ ซึ่งข้าราชการใน ปภ ขาดอัตราอยู่ประมาณ 200 อัตรา ตนจึงพยายามจะบอกว่า เราต้องการคนที่จะเข้ามาทำงานและเข้าใจบริบทของกรมจริงๆ และต้องดูแลประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น คนจะเข้ามาต้องมีจิตใจที่ลุกรบตลอดเวลา
เมื่อถามว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กำชับ ให้ตรวจสอบเข้มข้นเรื่องการสอบบรรจุข้าราชการ หรือไม่ เพราะหลังเกิดเรื่องที่สถ. ก็มาเกิดเรื่อง ที่ปภ. ต่อ นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า เราเปิดสอบรับสมัครบรรจุข้าราชการ ปภ มาแล้ว 2 เดือน จึงได้นำเรียนกับปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทางปลัดฯ ได้กำชับให้ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส และไม่มีการทุจริต เราก็พยายามทำทุกอย่างให้ละเอียดทุกขั้นตอน พร้อมกับพูดคุยกับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เกี่ยวกับกระบวนการเก็บรักษาข้อสอบ และพยายามทำทุกด้านให้ครอบคลุมทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัย
ส่วนมีการตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ว่าเหตุใด จึงเข้ามาสวมสิทธิ เพราะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีความผิด นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า จากที่ตนเห็นประสบการณ์มา บุคคลเหล่านี้จะเข้ามาแฝงตัว ช่วงที่คนเยอะๆ หรือช่วงที่จะเข้าห้องสอบ แต่ผู้สวมสิทธิอาจจะยังไม่ทราบว่า หลังเข้าห้องสอบแล้วกรรมการผู้คุมสอบจะเข้ามาตรวจบัตรประชาชนและดูหน้าทีละคน ดังนั้น ถ้าเจอลักษณะนี้ก็ไม่รอดแน่นอน โดยวันนั้น มีผู้เข้าสอบจาก 4 ศูนย์ รวมกว่า 8 พันคน ซึ่งเจอกรณีสวมสิทธิเพียงแค่คนเดียว
เมื่อถามว่า ผู้สวมสิทธิ ได้มีการบอกหรือไม่ว่าได้รับค่าจ้างมาเท่าไหร่ นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่ได้บอก พร้อมย้ำว่า ยังอยู่ในสำนวนการสืบสวนของตำรวจ
นายธีรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า การเข้าทำงานทางราชการ ถือว่าทุกอย่างไม่ง่ายและไม่ยาก ขออย่างเดียวคือ ต้องอ่านหนังสือ และอย่าไปหลงเชื่อกลุ่มบุคคลต่างๆ โดยเฉพาะทุกวันนี้มีทั้งเพจ และช่องทางการสื่อสารมากมาย ในโลกยุคปัจจุบัน มีทั้งเรื่องจริงและไม่จริง จึงขอฝากไปยังทุกคนที่อยากเข้าทำงานรับราชการ ขอให้ตั้งใจอ่านหนังสือ องค์ความรู้ทุกอย่างอยู่ในหนังสือและข้อกฎหมายทั้งหมด และขออย่าใช้วิธีทางพิเศษ ทางลัด เพราะหลังจากเข้ามารับราชการจะได้มีความภาคภูมิใจ ว่าเป็นหนึ่งในข้าราชการที่ดี และดูแลประชาชนได้