ห้องข่าวภาคเที่ยง - การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น กำลังถูกตรวจสอบเพื่อสาวไปถึงเส้นเงินของนายใหญ่ตัวจริง ซึ่งเชื่อว่ามีข้าราชการระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีการประเมินว่า มูลค่าการทุจริตที่ผู้สมัครสอบต้องจ่าย ราว 4,500 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ คอลัมน์หมายเลข 7 เคยนำเสนอผู้เสียหายคนหนึ่ง ต้องเสียเงินสูงถึง 350,000 บาท เพื่อแลกกับตำแหน่ง แต่สุดท้าย กลับไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีรับบรรจุ ติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้จากคอลัมน์หมายเลข 7
ภาพจากกล้องวงจรปิด เป็นหลักฐานยืนยันว่า ขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นมีอยู่จริง และมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก 1 ในนั้นเป็นผู้เสียหายคนนี้ นำหลักฐานทั้งหมด มาร้องเรียนกับคอลัมน์หมายเลข 7 เมื่อต้นปี 2569 ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อตำแหน่ง มากถึง 350,000 บาท แต่สุดท้ายกลับไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีเข้ารับการบรรจุ
โดยจะเห็นพฤติการณ์จากกล้องวงจรปิดเมื่อ 24 มิถุนายน 2567 ว่า นาย ช. อายุ 49 ปี มีตำแหน่งนายช่างรังวัดที่ดิน และ นาง ส. นักทรัพยากรบุคคล ของเทศบาลตำบลหาดทนง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เข้ามาพบครอบครัวของผู้เสียหาย เพื่อยื่นข้อเสนอเรียกรับเงิน แลกกับตำแหน่ง ด้วยวิธีหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
นั่นคือ การให้ผู้เสียหายทำทีเป็นคนปล่อยเงินกู้ให้นาย ช. เพื่อให้เข้าใจว่า เป็นการทำสัญญากู้เงิน ไม่ใช่การเรียกรับผลประโยชน์
ผู้เสียหายยืนยันว่า เธอไม่ใช่คนวิ่งไปขอตำแหน่งเพื่อบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น แต่มีนายหน้ามายื่นข้อเสนอ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2567 โดยสอบถามว่า จบวุฒิการศึกษาอะไร และต้องการเข้ารับราชการหรือไม่
เมื่อเธอส่งสำเนาวุฒิการศึกษาให้ นายหน้าสอบถามต่อว่า ต้องการตำแหน่งอะไร ผู้เสียหายจึงแจ้งความประสงค์ ต้องการตำแหน่งธุรการ และพัสดุ
นายหน้าคนนี้ เสนอราคาที่ต้องจ่าย 400,000 บาท แต่ผู้เสียหาย ต่อรองเหลือ 350,000 บาท ซึ่งนายหน้ายินยอม
แต่มีข้อแม้ ต้องจ่ายก่อน 50,000 บาท เพื่อเป็นค่าจองตำแหน่ง
ส่วนเงินอีก 300,000 บาท นายหน้าให้ทยอยจ่าย เพื่อใส่ซองให้นายก่อน
คำถาม คือ นายคนนั้น คือใคร เกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูงหรือไม่ แม้ผู้เสียหายจะสงสัย แต่สุดท้าย ยอมโอนเงินให้ก้อนแรก 50,000 บาท
จากนั้น 24 มิถุนายน 2567 ผู้เสียหาย จ่ายเป็นเงินสด ก้อนที่ 2 จำนวน 160,000 บาท ตามคลิปที่ปรากฏ และ 25 มิถุนายน 2567 จ่ายเป็นเงินสด ก้อนที่ 3 จำนวน 140,000 บาท โดยฝากไว้กับสามีของ นาง ส.
ผู้เสียหายเริ่มสงสัยว่า กำลังถูกหลอก หลังจาก มกราคม 2568 นาง ส.ติดต่อมายังผู้เสียหาย แจ้งว่า นาย ช.ลาออกจากราชการ และหลบหนีไปแล้ว แต่ นาง ส.ยังปลอบผู้เสียหายว่าไม่ต้องกังวล เชื่อว่า นาย ช.น่าจะส่งชื่อของผู้เสียหายเข้าไปแล้ว ให้รอดูผลการสอบก่อน
แต่สุดท้าย ไม่มีชื่อของเธอ สูญเงินเปล่าทั้งหมด 350,000 บาท
ส่วนนาง ส. ไม่แสดงความรับผิดชอบ อ้างว่าให้ไปตามเงินจากนาย ช. ซึ่งทำสัญญาเงินกู้กับผู้เสียหายเอง
ปัจจุบันผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.เมืองอุทัยธานี กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาร่วมกันหลอกลวงให้สามารถเข้ารับราชการพนักงานท้องถิ่นได้ เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย และเข้าร้องเรียนต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งอยู่ในกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง
คอลัมน์หมายเลข 7 ติดต่อไปยังปลัดเทศบาลตำบลหาดทนง ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ นาง ส. เบื้องต้น เตรียมดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในสัปดาห์นี้
ขณะที่คอลัมน์หมายเลข 7 นำคลิปจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลทั้งหมด ส่งมอบให้กับทางนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไปแล้ว
กรณีของผู้เสียหายคนนี้ เป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายคนที่ต้องการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น ว่าเสียเงิน 300,000-800,000 บาท แลกกับเงินเดือนเริ่มต้น 15,000-16,000 บาท อาจไม่คุ้มค่า เพราะไม่มีสิ่งใดมาการันตีว่า จ่ายเงินแล้ว จะได้เข้ารับการบรรจุ 100 % เพราะขบวนการทุจริตฉ้อฉลนี้ นับว่าเป็นขบวนการใหญ่ ที่อาจมีการแบ่งโควตาผู้สอบและซื้อขายตำแหน่ง ตามที่มีการเผยแพร่คลิปเสียง นาย ก.กับ นาง ส. ที่สำคัญ พฤติการณ์ทุกกรณีมีจุดเริ่มต้นเหมือนกัน คือ มีนายหน้ากระจายกันหาเหยื่อ เพื่อเสนอราคา แลกกับตำแหน่ง และเงินส่วนหนึ่ง ถูกส่งไปถึง "นาย" ที่รอกระบวนการทางกฎหมายสาวไปให้ถึง
#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น