ชื่นชม! นักเรียนหญิงช่วยห้ามเลือดผู้บาดเจ็บจากรถเฉี่ยวชน

ชื่นชม! นักเรียนหญิงช่วยห้ามเลือดผู้บาดเจ็บจากรถเฉี่ยวชน

View icon 64
วันที่ 29 มิ.ย. 2569 | 19.11 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชื่นชม! นักเรียนหญิงช่วยห้ามเลือดผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนจนขาขาด รีบโทรแจ้งกู้ภัยเข้าช่วยเหลือด่วน ล่าสุดคนเจ็บอาการปลอดภัย 
     
วันนี้ (29 มิ.ย.69)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางสาวศิริรัตน์ ฤทธิมล หรือ น้องน้ำฝน อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านนางั่ว (เจริญวิทยาคาร) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูณณ์ เขต 1 ได้ให้การช่วยเหลือคนขับขี่รถจักรยานยนต์ผู้ประสบอุบัติเหตุถูกรถพ่วงชนเฉี่ยวชนจนทำให้ผู้ขับขี่ขาขวาขาด ขาซ้ายผิดรูป กระเด็นตกลงไปอยู่ข้างทาง อาการสาหัส โดยนักเรียนคนดังกล่าวได้เข้าช่วยเหลือห้ามเลือด และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ชีพจนสามารถช่วยผู้บาดเจ็บได้ทันเวลา โรงเรียนจึงได้มอบประกาศเกียรติคุณรวมทั้งญาติของผู้บาดเจ็บได้มอบเงินเพื่อเป็นการขอบคุณให้จำนวนหนึ่ง

นางสาวศิริรัตน์ ฤทธิมล หรือน้องน้ำฝน เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 08.00 น.วันที่ 17 มิ.ย.2569 ขณะที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์ถนนเลี่ยงเมืองสายสำนักหมัน - บ้านโตก ต.นางั่ว อ.เมืองเพชรบูรณ์ เพื่อจะไปโรงเรียน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้สังเกตเห็นว่ามีรถบรรทุกพ่วงจอดอยู่ข้างทาง แต่ตนก็ไม่ได้สนใจ เพราะมักจะมีรถพ่วงจอดพักอยู่ข้างทางเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็ได้มีชาวบ้านโบกมือเรียกประกอบกับได้สังเกตว่าที่พื้นถนนมีเศษเนื้อกองอยู่ข้างทาง จึงเลี้ยวรถกลับมาดู ชาวบ้านจึงได้บอกว่ามีรถจักรยานยนต์ถูกรถพ่วงเฉี่ยวชน จนทำให้คนขับกระเด็นตกไปอยู่ข้างทาง ตนจึงรีบลงไปดูก็พบว่าผู้บาดเจ็บเป็นผู้ชายขาขวาขาดจนเกือบถึงโคน ขาซ้ายงอผิดรูป ตนจึงพยายามสอบถาม แต่ชายคนดังกล่าวก็พูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา ตนจึงได้นำเสื้อคลุมของผู้บาดเจ็บมาพันรอบขาพร้อมกับกดไม่ให้เลือดไหล รวมทั้งพูดคุยกับผู้บาดเจ็บตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ผู้บาดเจ็บหลับ พร้อมกันนี้ ก็ได้โทรศัพท์ไปที่ 2-1669 รวมทั้งโทรแจ้ง 191 เพื่อแจ้งเหตุ ตนพยายามชวนผู้บาดเจ็บคุยอยู่ประมาณ 10 นาที รถกู้ชีพโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ก็ได้มาถึงและให้การช่วยเหลือพร้อมนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งก็ทราบว่าขณะนี้ผู้บาดเจ็บอาการปลอดภัยแล้ว แต่ก็ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

นางสาวศิริรัตน์ ฤทธิมล หรือน้องน้ำฝนเปิดเผยอีกว่า วินาทีที่เจอผู้บาดเจ็บนั้น อาการหนักมากพูดได้เพียงแผ่วๆ ซึ่งถ้าหากตนไม่วกรถกลับไปดูหรือให้การช่วยเหลือแจ้งเจ้าหน้าที่ช้ากว่านี้ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บได้หรือไม่ เพราะชาวบ้านทั้ง 2 คนที่พบเหตุการณ์ก็เป็นผู้สูงอายุไม่มีโทรศัพท์มือถือเพียงได้แต่ยืนดูเท่านั้น

และหลังจากทราบว่าผู้บาดเจ็บพ้นขีดอันตรายแล้วก็รู้สึกดีใจมาก ส่วนวิธีการช่วยเหลือและเทคนิคการช่วยผู้บาดเจ็บพูดคุยไม่ให้หลับนั้นจดจำมาจากการเข้าอบรมที่โรงเรียนได้จัดขึ้น รวมทั้งพี่สาวซึ่งอดีตเป็นพยาบาลได้อบรมสั่งสอนในการช่วยเหลือคนในเหตุการณ์ต่างๆ ตนจึงจดจำและสามารถนำมาใช้ได้จริงในครั้งนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง