สนามข่าว 7 สี - มีข้อถกเถียงกันมาพักหนึ่งแล้ว กับการสอบข้าราชการท้องถิ่น คนที่ถูกพบว่าเกี่ยวข้องกับการช่วยแก้ไขข้อสอบบรรจุข้าราชการ ที่เจอในบ้านพักจังหวัดนนทบุรี ประมาณ 10 คน ไม่นับรวม "ผอ.พิชิต" ที่น่าจะเป็นผู้ที่รู้เรื่องดีที่สุด ควรจะต้องกันตัวเป็นพยานหรือไม่
ยกตัวอย่างข้าราชการหญิงคนนี้ ตอนที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เธอเป็นคนหนึ่งที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี เล่าให้ฟังที่มาที่ไปว่าทำไมถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ และงานที่เธอต้องทำคืออะไร ก็เรียกว่าได้ข้อมูลและหลักฐานพอสมควร
ทีนี้ก็มีสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรื่อง การจัดสอบแข่งขันบุคคลทั่วไปเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื้อหาโดยสรุป สมาคมฯ ต้องการจะบอกว่า "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่แค่ "แจ้งตำแหน่งว่าง" เรื่องการจัดสอบดำเนินการโดยส่วนกลาง ท้องถิ่นไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริต และไม่รู้ได้เลยว่า คนที่ถูกส่งมาบรรจุนั้น สอบผ่านด้วยความสามารถ หรือมาด้วยการทุจริต ฉะนั้นอยากให้หน่วยงานตรวจสอบ คุ้มครองความปลอดภัยข้าราชการท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และกันตัวไว้เป็นพยาน"
ส่วนคณะกรรมการกลางใด ๆ ไม่ว่าจะเป็น กรรมการจัดการการจ้างงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กรรมการองค์การบริหารส่วนตำบล หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอหยุดกระทำการใด ๆ ที่เป็นการยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานที่ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบอยู่ ส่วนใครที่สังคมตั้งข้อกังขา ก็ขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าการตรวจสอบของ ป.ป.ช. จะเสร็จสิ้น
ออกมาเรียกร้องแบบนี้ เพจฯ ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ตั้งคำถามว่า คนส่วนใหญ่คิดเห็นอย่างไร ควรหรือไม่ ที่จะกันตัวผู้ที่เข้าข่ายบางส่วนไว้เป็นพยาน
ในคอมเมนต์ก็ค่อนข้างแตกความเห็นพอสมควร มีตั้งแต่ไม่สมควร ใครทำผิดก็ต้องรับการลงโทษ, ควรลงโทษตามสัดส่วน ถ้ายอมให้การที่เป็นประโยชน์ และเห็นด้วยกับการกันตัวไว้เป็นพยาน
ไปสอบถามความเห็นกับนักกฎหมายบ้าง ว่าหลักการโดยทั่วไปของการ "กันตัวบุคคลไว้เป็นพยาน" มีอะไรบ้าง ควรทำ หรือไม่ควรทำ
นายวิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ให้ความเห็นว่า เงื่อนไขตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีสาระสำคัญอยู่ที่ข้อ 6 บุคคลที่อาจถูกกันไว้เป็น "พยาน" ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
1. เป็นผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ และมีส่วนเกี่ยวข้อง
2. เป็นผู้ที่ได้ให้ถ้อยคำอันเป็นประโยชน์ต่อการไต่สวน จนสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการวินิจฉัยชี้มูล การกระทำผิดของเจ้าพนักงานของรัฐรายอื่นที่เป็นตัวการสำคัญได้
3. เป็นผู้ที่เต็มใจที่จะให้ถ้อยคำ หรือแจ้งเบาะแส และรับรองว่าจะไป เบิกความเป็นพยานในชั้นศาลตามที่ให้การ หรือให้ถ้อยคำไว้
ส่วนการจะพิจารณาว่า จะกันบุคคลใดไว้เป็นพยาน คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะเป็นผู้พิจารณาตามความเห็นของคณะไต่สวนเบื้องต้น หรือคณะกรรมการไต่สวน แล้วมีมติให้กันตัวไว้เป็นพยาน หรือไม่
และถ้าถามตามความเห็นส่วนตัวว่าสมควรมีการ "กันบุคคลไว้เป็นพยาน" หรือไม่ การสู้คดีอาญาทุกคดี สิ่งสำคัญคือต้องมี "พยานบุคคล" ไว้ต่อสู้ในชั้นศาลฯ เพื่อให้มีหลักฐานแน่นหนา ในการเอาผิดจำเลยที่เกี่ยวข้องได้
ต้องไม่ลืมกันอีกอย่าง คดีสอบทุจริตฯ จริงอยู่ที่คดีหลักอยู่ในมือ ป.ป.ช. มีเปอร์เซ็นต์ไม่น้อยที่จะได้รับการกันตัวเป็นพยาน
แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกคดีที่อยู่กับตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่า จะดำเนินคดีกับใครหรือไม่ ซึ่งถ้าวันนี้มีการแถลงข่าวใหญ่ ก็น่าจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้