เช้านี้ที่หมอชิต - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมชง กพช.หักค่าไฟแฝงออกจากบิลค่าไฟบ้านประชาชน ดันเป้าลดค่าไฟเหลือ 3 บาท ให้ทันรอบบิลกรกฎาคมนี้
จ่อรื้อ "ค่าไฟสาธารณะ" ออกจากบิลประชาชน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยความคืบหน้า มาตรการสร้างความเป็นธรรมด้านราคาพลังงาน เตรียมนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อพิจารณาแยก "ค่าไฟฟ้าสาธารณะ" ออกจากใบแจ้งหนี้ของประชาชนอย่างเร่งด่วน
เนื่องจากค่าไฟส่วนนี้ถูกจัดเก็บแฝงอยู่ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานมานานกว่า 30 ปี หลังดึงต้นทุนส่วนนี้ออกมาแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าที่จัดเก็บกับประชาชน
โดยเฉพาะกลุ่มบ้านอยู่อาศัย เพื่อผลักดันให้ราคาค่าไฟฟ้าลดลงเหลือหน่วยละ 3 บาท ตามเป้าหมาย คาดว่าจะเร่งรัดให้ทันในรอบบิลกรกฎาคม-สิงหาคมนี้
แนวทางหลังจากนี้ กระทรวงพลังงาน จะไปหารือกับ กระทรวงการคลัง, กระทรวงมหาดไทย, กรุงเทพมหานคร และ กรมทางหลวง เพื่อหาข้อสรุป ว่าหน่วยงานใดจะเข้ามาแบกรับภาระงบประมาณแทนประชาชน
ค่าไฟฟ้าสาธารณะทั่วประเทศ มีมูลค่ารวมสูงถึงเกือบ 20,000 ล้านบาทต่อปี ยืนยันด้วยว่าภาระส่วนนี้ จะไม่ถูกส่งกลับไปยังประชาชนอีกในอนาคต
ด้าน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยก่อนเข้าประชุมพิจารณางบปี 70 ที่รัฐสภา เมื่อวานนี้ (29 มิ.ย.)
ว่าจากการหารือ นายเอกนัฏ, กฟน., กฟภ. และ กฟผ. ได้ข้อสรุปว่ามี 2-3 สมการ ที่จะนำค่าไฟผันแปร (FT) ออกจากภาระของประชาชน ซึ่งจะมีการหารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีการคลัง ต่อไป
"พลพีร์" ชี้ ปชช.ทนแบกภาระมา 30 ปี
นายพลพีร์ บอกอีกว่า ค่าใช้จ่ายไฟสาธารณะ ภาพรวมทั้งของท้องถิ่น และทางหลวงประมาณ 20,000 ล้านต่อปี แบ่งเป็นค่าไฟท้องถิ่น 6,000 ล้านต่อปี ซึ่งต้องไปดูกลไกการจ่ายภาษีของทั้ง 3 การไฟฟ้า และปรับโครงสร้างภายใน
รวมถึงอาจจะต้องมีการปรับโครงสร้างภายในของแต่ละหน่วยงาน ต้องดูการจ่ายไฟของ กฟผ. ฉะนั้นต้องรื้อทั้งระบบ เพื่อให้ประชาชนจะไม่ต้องจ่ายค่าไฟนอกเหนือจากที่ใช้อยู่
นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยืนยัน กฟผ. ไม่ได้เป็น "เสือนอนกิน"
ย้ำบทบาทของ กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจด้านกิจการพลังงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ต้องดำเนินงานผลิต และรับซื้อไฟฟ้าตามนโยบายและการกำกับของหน่วยงานภาครัฐ มิได้มุ่งแสวงหากำไรจากการดำเนินงาน
เพียงแค่ให้มีรายได้ที่เพียงพอต่อการลงทุน และดำเนินกิจการโดยไม่เป็นภาระต่อหนี้สาธารณะ อีกทั้งยังมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำกับควบคุมผลตอบแทนการลงทุน (Return of Invested Capital : ROIC) ของ กฟผ. อย่างเคร่งครัด
โครงสร้างรายได้ของ กฟผ. หากพิจารณาองค์ประกอบค่าไฟฟ้า ซึ่งกำหนดโดย กกพ. พบว่า รายได้ของ กฟผ. มีเพียง ค่าซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า กฟผ. ในอัตรา 0.22 บาทต่อหน่วยขายปลีก ค่าระบบส่ง กฟผ. ในอัตรา 0.25 บาทต่อหน่วยขายปลีก ซึ่งเป็นอัตราเดิมตามโครงสร้างค่าไฟฟ้า ปี 2558 ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
ส่วนที่เป็นค่าซื้อไฟจากเอกชนและต่างประเทศ กฟผ. รับซื้อตามราคาที่รัฐกำหนด ไม่มีการบวกกำไรเพิ่ม นอกจากนี้ กฟผ. ยังต้อง แบกรับภาระค่า Ft ค้างรับสะสมกว่า 35,928 ล้านบาท ยืนยันว่า กฟผ. พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งประเทศ