แถลงจับ “ปลัดรุ่งเรือง” เรียกรับเงินบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

แถลงจับ “ปลัดรุ่งเรือง” เรียกรับเงินบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

View icon 190
วันที่ 30 มิ.ย. 2569 | 19.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ป.ป.ท. ร่วมกับ บก. ปปป. - ป.ป.ช.-ดีเอสไอ และกรมการปกครอง แถลงผลบุกจับปลัดภูเก็ต เรียกรับเงินบรรจุข้าราชการท้องถิ่น เจ้าตัวยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตำรวจมั่นใจหลักฐานแน่นเอาผิดได้

วันนี้ (30 มิ.ย. 2569) เวลา 14.30 น. ที่ผ่านมา นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ร่วมกับ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.ธนพงษ์ ทับกล่ำ ผกก.6 บก.ปปป. พ.ต.อ. สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก. 2 บก.ปอท. นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง และนายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ร่วมแถลงข่าวกรณีบุกจับ นายรุ่งเรือง อายุ 54 ปี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินบรรจุข้าราชการท้องถิ่น พบใช้ตำแหน่งหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์อื้อ

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2563 กลุ่มผู้กล่าวหาซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ประจำอำเภอสุไหงปาดี ได้รู้จักกับนายรุ่งเรือง ซึ่งดำรงตำแหน่งนายอำเภอในขณะนั้น ต่อมาเมื่อกลุ่มผู้กล่าวหาต้องการความก้าวหน้าในอาชีพ และเตรียมสมัครสอบแข่งขันเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 จึงได้เข้าพบนายรุ่งเรืองที่บ้านพักใน จ.สงขลา เพื่อขอคำปรึกษา เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 68

โดยในครั้งนั้นผู้ต้องหาได้แอบอ้างว่ามีสายสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ภายในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสามารถช่วยเหลือให้สอบบรรจุได้ แต่มีค่าใช้จ่ายคนละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 900,000 บาท สำหรับผู้กล่าวหาทั้ง 3 คน ซึ่งต่อมากลุ่มผู้กล่าวหาได้หลงเชื่อ นำเงินสดจำนวนดังกล่าวใส่ซองเอกสารสีน้ำตาล ไปส่งมอบให้กับนายป๋อง ซึ่งเป็น ลูกน้องคนสนิทของผู้ต้องหา บริเวณริมถนนในพื้นที่ ต.สุไหงปาดี

ต่อมาหลังจากมีการประกาศผลสอบข้อเขียนอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าไม่มีชื่อของกลุ่มผู้กล่าวหา เมื่อทวงถามไปยังผู้ต้องหา กลับได้รับคำตอบว่า "ให้รอสอบครั้งหน้า" พร้อมรับปากว่าจะคืนเงินให้ทั้งหมด ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 69 ผู้ต้องหาได้ติดต่อมายังผู้กล่าวหา แจ้งว่าจะโอนเงินคืนให้จำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งเกินจากยอดจริง 100,000 บาท และสั่งให้ผู้กล่าวหาโอนเงินส่วนต่าง 100,000 บาท กลับคืนไปให้ ซึ่งผู้กล่าวหาได้ดำเนินการตามที่สั่ง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังกลุ่มผู้กล่าวหาทราบข่าวว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากผู้เสียหายคนอื่นในลักษณะเดียวกัน โดยพบว่าเงิน 1,000,000 บาท ที่ตนได้รับคืนมานั้น เป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ซึ่งมีการเรียกรับสินบนจากผู้เสียหายคนอื่นมาหมุนเวียน ประกอบกับเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการทุจริตอย่างร้ายแรง และไม่ต้องการให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้น จึงได้มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย

จากนั้นพนักงานสอบสวน บก.ปปป. พบว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ เชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิด จึงได้ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 โดยในวันเดียวกัน บก.ปปป. ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ ป.ป.ท., ป.ป.ช., ดีเอสไอ และกรมการปกครอง เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับผลการสอบสวนในชั้นจับกุมและสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้ประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมว่า หากประชาชนหรือผู้ประกอบการรายใดเคยได้รับความเสียหายจากการถูกเรียกรับเงินค่าส่วย หรือการทุจริตในลักษณะนี้ สามารถเข้าให้ข้อมูลกับ บก.ปปป. หรือหน่วยงานที่ร่วมดำเนินคดีได้ตลอดเวลา โดยเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง