ห้องข่าวภาคเที่ยง - "เลขาธิการ ป.ป.ส." ออกมาขอความร่วมมือ "ไรเดอร์" ที่ไปส่งพัสดุที่คอนโดฯ ย่านบางนา ให้ช่วยออกมาให้ปากคำ เพราะเจ้าหน้าที่กำลังค้นหาความจริง เรื่องที่ "แอร์โฮสเตสสาว" ถูกจับกุมคดีลอบขนยาเสพติด เจ้าตัวก็ได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ทันที และวันนี้ก็ยังไปพบ ป.ป.ส. เพื่อให้ปากคำด้วย
จากเบาะแสที่ว่ามีชายปริศนา สวมฮู้ดคลุมศีรษะ นำกล่องพัสดุภายในเป็นกระเป๋าลายช้างที่ซุกซ่อนยาเสพติด ไปส่งให้กับ "แอร์โฮสเตสสาว" ช่วงเวลา 11.00-12.10 น. วันที่ 22-23 มิถุนายนที่ผ่านมา
เมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา นายกิตติกร ไรเดอร์ที่ปรากฏตามภาพวงจรปิด ได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์กับตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ยอมรับว่าตนเองเป็นคนนำสินค้าไปวางที่หน้าคอนโดฯ แอร์สาวจริง แต่ยืนยันไม่ทราบมาก่อนว่าสินค้าที่นำมาเป็นยาเสพติด เพราะรับมาส่งตามกระบวนการปกติ และหลังส่งเสร็จก็ไม่ได้มีใครโอนเงินพิเศษมาให้แต่อย่างใด
ขณะที่วันนี้ นายกิตติกร ยังไปเข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อให้ข้อมูลเรื่องการรับออร์เดอร์ส่งสินค้าของตนเอง แต่ก็อาจไม่ได้ช่วยเรื่องทางคดีมากนัก โดย นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. บอกว่า ข้อมูลทางการสืบสวนตั้งข้อสงสัยว่า นายกิตติกร เป็นคนละคนกับไรเดอร์ที่เอาพัสดุไปส่ง เนื่องจาก "ไรเดอร์" ที่ต้องการตัวมาพบ นำพัสดุไปส่งในวันที่ 22 มิถุนายน แต่ นายกิตติกร ไปส่งในวันที่ 23 มิถุนายน จึงอาจเป็นคนละคนกัน
ส่วนผลการตรวจสอบภาพวงจรปิดของคอนโดฯ พบว่า ไรเดอร์ที่ต้องสงสัยว่าเป็นคนนำไปส่งมีด้วยกัน 2 คน คนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ อีกคนขับรถยนต์ไปส่ง ซึ่งทั้งสองคนต่างถือกล่องพัสดุขนาดใหญ่เหมือนกัน
สำหรับคดีนี้ "แอร์โฮสเตสสาว" ยังอยู่ในการควบคุมของประเทศออสเตรเลีย ยังไม่ได้รับการประกันตัว และยังมีความเป็นไปได้ที่อาจมีหนทางรอดอยู่บ้าง หากพิสูจน์ได้ว่าตัวเองไม่รู้เรื่อง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดเลยจริง ๆ
นั่นจึงเป็นที่มาที่ตำรวจ และ ป.ป.ส. ต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริง เคลียร์กันไปทีละเรื่อง ทั้งเรื่องของการรับหิ้วสินค้ามีเจตนาอย่างไร การว่าจ้างที่เกิดขึ้นมีการให้เรตราคาสูง หรือแพงกว่าปกติหรือไม่ เส้นทางการเงินที่ผ่านมาได้รับเงินมาอย่างไร ฐานะทางบ้าน ครอบครัว ความเป็นอยู่ เป็นอย่างไร เมื่อได้ทั้งหมดมาแล้วก็ไม่ใช่ว่าไทยจะเป็นผู้ตัดสิน แต่ต้องประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการออสเตรเลีย เพื่อให้รับเอาข้อมูลส่วนนี้ไปพิจารณา
ในการประชุมระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และตำรวจออสเตรเลีย ที่จะเกิดขึ้นช่วง 14.00 น. วันนี้ นอกเหนือจากการสอบถามเรื่องความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติดทั่ว ๆ ไป ก็จะถามถึงเรื่องคดีนี้ เพื่อขอข้อมูลบุคคลที่เป็นผู้รับพัสดุปลายทางว่าเป็นใคร มีการใช้ชื่อคนไทย หรือบุคคลต่างชาติ เพื่อเอาข้อมูลเหล่านี้มาขยายผลดำเนินคดีกับขบวนการค้ายาเสพติดในไทยด้วย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บอกสถานกงสุลไทย ณ นครซิดนีย์ เข้าไปดูแลให้ความช่วยเหลือแล้ว ที่มีทนายความช่วยเรื่องคดีอยู่ขณะนี้จึงกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด และเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนจะกระทบภาพลักษณ์ประเทศหรือไม่ นายสีหศักดิ์ บอก ทางสายการบินก็ต้องพยายามกำชับเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก และเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับประเทศไทยเท่านั้น