ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก จนกังวลว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะเมืองเศรษฐกิจ อย่างตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ล่าสุด กรมชลประทานดำเนินโครงการขุดลอกลำน้ำปิงและซ่อมแซมประตูระบายน้ำจนแล้วเสร็จ เชื่อว่าจะช่วยป้องกันน้ำท่วมในอนาคตอย่างดี รายละเอียดของเรื่องนี้เป็นอย่างไร ติดตามจาก คอลัมน์หมายเลข 7
ประตูระบายน้ำในลำน้ำปิง ท่าวังตาล เป็นประตูระบายน้ำ 1 ใน 4 แห่ง ที่สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ กรมชลประทาน ซ่อมแซมบำรุงรักษา ที่ผ่านมาพบว่าบานระบายน้ำมีชำรุด 1 บาน เนื่องจากลวดสลิงชำรุด ทำให้ช่วงฤดูน้ำหลากไม่สามารถยกบานระบายน้ำได้
ปัญหาที่เห็นได้ชัดเจน คือ ในปี 2567 เกิดน้ำท่วมใหญ่ จังหวัดเชียงใหม่ สร้างผลกระทบหลายพื้นที่ โดยเฉพาะตัวเมือง ซึ่งเป็นใจกลางเศรษฐกิจ
รัฐต้องจ่ายเงินชดเชยเยียวยามากกว่า 1,000 ล้านบาท ต้นเหตุมาจากพื้นที่ต้นน้ำอย่างลำน้ำแตง และ ลำน้ำปิงตอนบน ไม่มีพื้นที่เก็บกักน้ำ จึงทำให้ปริมาณน้ำจากลำน้ำทั้งสองไหลบ่าเข้าท่วมตัวเมืองเชียงใหม่
กรมชลประทาน จึงดำเนินโครงการสำคัญ คือ การขุดลอกแม่น้ำปิง ระยะทาง 40 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ และซ่อมแซมประตูระบายน้ำที่ชำรุดแล้ว
นอกจากนี้ ยังดำเนินโครงการปรับสภาพท้องน้ำ โดยรื้อฝายโบราณ 3 แห่ง ได้แก่ ฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้ง และ ฝายท่าวังตาล ออกด้วย เพื่อให้การพร่องน้ำหรือระบายน้ำได้
การดำเนินงานครั้งนี้ มีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เป็นพี่เลี้ยงในการช่วยบูรณาการการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานสัมฤทธิ์ผล โดยส่งทีมงานลงพื้นที่ให้คำปรึกษา ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการฯ ซึ่งถือเป็นการทำงานร่วมกันรูปแบบใหม่ แตกต่างจากในอดีตที่จะเข้าไปตรวจสอบต่อเมื่อโครงการแล้วเสร็จเท่านั้น
ส่วนที่หลายคนกังวลว่า การชั่ง ตวง วัด ดิน ที่ขุดลอกขึ้นมาจากลำน้ำปิง จะมีปริมาณคลาดเคลื่อนนั้น นักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยืนยันว่า ขั้นตอนทุกอย่างรัดกุม และไม่มีเรื่องผู้รับจ้างเอาดินจากที่อื่นมาสวมแทน
ปัจจุบัน สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ ดำเนินการเเก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตามข้อเสนอแนะของ สตง. และซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องของโครงการประตูระบายน้ำแล้ว เชื่อว่าจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมในอนาคตได้ ซึ่งนับว่าเป็นผลสำเร็จการดำเนินงานของ สตง. ร่วมกับทุกภาคส่วน ผลักดันให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายเงินแผ่นดินคุ้มค่า