ห้องข่าวภาคเที่ยง - ชาวบ้านร้องเรียน เทศบาลเมืองลาดสวาย จังหวัดปทุมธานี จัดซื้อเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง งบประมาณ 20-40 ล้านบาท ไปติดตั้งไว้ในหมู่บ้านเอกชน ซึ่งเป็นหมู่บ้านปิดหลายโครงการ ชาวบ้านจะใช้เครื่องออกกำลังกายต้องแลกบัตรเข้า-ออก เพื่อความปลอดภัยของหมู่บ้าน ติดตามจากคุณหนึ่ง อรรถพล ดวงจินดาในคอลัมน์หมายเลข 7
เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง สเตนเลส ที่เห็นวางเรียงสวยอยู่กลางหมู่บ้าน สะท้อนแสงอยู่กลางแดดเห็นเด่นสง่ามาแต่ไกล เจ้าของโครงการนี้ คือเทศบาลเมืองลาดสวาย จังหวัดปทุมธานี ที่ใช้เงินแผ่นดิน กว่า 120 ล้านบาท จัดซื้อไปติดตั้งไว้ในหมู่บ้านของเอกชน ซึ่งเป็นหมู่บ้านปิด ถึง 5 โครงการ
เรื่องราวนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และคอลัมน์หมายเลข 7 เคยเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากรับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่า การเข้าไปใช้เครื่องออกกำลังกายในหมู่บ้าน ถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่ ต้องแลกบัตรประชาชนเข้า-ออกหมู่บ้าน ทั้ง ๆ เงินที่จัดซื้อเครื่องเล่นนี้เหล่านี้ มาจากงบประมาณแผ่นดิน ประเด็นนี้ยังอยู่ในการสืบสวน สอบสวน และดำเนินการทางคดีของ DSI
การตรวจสอบเรื่องนี้ ล่วงเลยมา 3 เดือน คอลัมน์หมายเลข 7 ยังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากชาวบ้านว่า การเข้าไปเล่นเครื่องออกกำลังกายในโครงการนี้ของเทศบาลเมืองลาดสวาย 1 ใน 5 จุด ที่ติดตั้งในหมู่บ้านเอกชน เป็นอุปสรรคกับประชาชนทั่วไป ไม่ต่างไปจากเดิม เพราะปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข
คอลัมน์หมายเลข 7 พร้อม นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่า สตง. จึงลงพื้นที่ขยายผลตรวจสอบ ให้เห็นสภาพจริง โดยใช้รถตู้ของช่อง 7HD เดินทางเข้าไปในหมู่บ้านเอกชนที่ติดตั้งเครื่องออกกำลังกายของเทศบาลเมืองลาดสวาย ต้องปฏิบัติตามระเบียบการเข้า-ออกหมู่บ้าน โดย รปภ. มีการสอบถามรายละเอียด และแลกบัตรประชาชน ตรงตามข้อมูลที่ชาวบ้านแจ้งมา หนำซ้ำยังต้องมีลูกบ้านยืนยันสิทธิ์ว่าเข้าไปหาคนในหมู่บ้านหลังไหน ก่อนจะอนุญาตให้เข้าไปภายในหมู่บ้านเพื่อเล่นเครื่องออกกำลังกายได้
เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งสเตนเลส เป็น 1 ใน 5 โครงการ ที่เทศบาลเมืองลาดสวาย ใช้วิธีประกวดราคาตามกฎหมาย ในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนด้วยการออกกำลังกาย ด้วยงบประมาณ 120 ล้านบาท โดย กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI มีการเรียกเจ้าหน้าที่พัสดุที่เกี่ยวข้องกับการประกวดราคา และเจ้าหน้าที่การเงิน เข้าให้ถ้อยคำ เพื่อใช้ในการประกอบการสืบสวน
นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่า สตง. ระบุ การใช้เงินแผ่นดิน ต้องเกิดประโยชน์กับประชาชนทุกคน แต่เครื่องออกกำลังกายโครงการนี้ สะดวกใช้เฉพาะลูกบ้าน 206 หลังคาเรือน ทว่าเป็นอุปสรรคต่อประชาชนทั่วไป ที่จะเข้าเล่นเครื่องออกกำลังกาย การใช้จ่ายเงินแผ่นดิน 20-40 ล้านบาท ในโครงการนี้อาจไม่คุ้มค่า เพราะไม่เกิดความเป็นธรรม
อีกทั้งโครงการนี้ DSI ยังพบข้อพิรุธ เพราะการยื่นเสนอราคา เป็น 3 บริษัทเดียวกันทั้งหมด โดยโครงการที่ 1 งบประมาณ 20 ล้านบาท ประกวดราคา เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 ผู้ชนะการเสนอราคา คือ บริษัท เอ็นบีพี กูดส์แอนด์เซอร์วิส จำกัด
ส่วนโครงการที่ 2-3-4 และโครงการที่ 5 มีการประกาศประกวดราคา ตั้งแต่ปี 2567-2568 กับงบประมาณ 20 และ 40 ล้านบาท มีบริษัท ส.สิงห์อยู่ สปอร์ต จำกัด เพียงบริษัทเดียว ที่ชนะการเสนอราคาในโครงการนี้
ขณะที่ DSI ยังพบข้อมูลพิรุธหลายอย่าง ทั้งเส้นทางการเงิน และเอกสารบางอย่าง ซึ่งไม่ตรงกับขอบเขตของงาน (TOR) แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ รวมทั้งกรณีบริษัท เอ็นบีพี กูดส์แอนด์เซอร์วิส จำกัด ที่ได้งานในโครงการที่ 1 เป็นเครือญาติกันกับบริษัท ส.สิงห์อยู่ สปอร์ต จำกัด
ประเด็นนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมเอกสาร หลักฐานความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล โดยอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการรับเป็นคดีพิเศษ คาดว่า ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะได้ข้อสรุป
#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง #เทศบาลเมืองลาดสวาย