คนขับรถยอมรับส่งพัสดุให้ "แอร์โฮสเตส" จริง อ้างรับงานนอกแอปฯ ได้ค่าจ้าง 1,600 บาท แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ หลังพบวันเดียวกันส่งพัสดุ 2 จุด โชคดีจุดแรกผู้รับส่งพัสดุคืน
พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังคุมตัวชายวัย 59 ปี คนขับรถเก๋งส่งพัสดุที่คอนโดฯ “แอร์มีนา” ได้แล้ว ว่า ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว มาสอบปากคำ โดยในชั้นนี้ยังคงฐานะเป็น "พยาน" ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น ชายคนดังกล่าวให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ขับรถคันนี้ที่กองพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจสอบจริง โดยทำหน้าที่ขับรถมาส่งพัสดุ และในวันเกิดเหตุมีชายอีกคนหนึ่งร่วมเดินทางมาด้วย
จากคำให้การชายคนขับ รถอ้างว่าตนเองมีอาชีพเป็นไรเดอร์ส่งของทั่วไป แต่ในเคสนี้เป็นการรับงานนอกระบบ โดยไม่ผ่านแอปพลิเคชัน และได้รับค่าจ้างเป็นเงินสดจำนวน 1,600 บาท
พลตำรวจตรี ธีรเดช ระบุเพิ่มอีกว่า คำให้การเรื่องเงินค่าจ้าง และผู้ว่าจ้างนั้น ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ และต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากคนขับรถเก๋งรายนี้ยังมีท่าทีปฏิเสธในหลายประเด็น และคำให้การยังไม่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากนัก
"วันนี้เราไม่ได้ฟังแค่คำพูดของเขาอย่างเดียว แต่เราเน้นไปที่เรื่องนิติวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เนื่องจากเป็นคดีระหว่างประเทศที่ต้องร่วมมือกับต่างประเทศ ส่วนเรื่องที่ว่าแอร์นาจะตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้หรือไม่ ทางตำรวจตั้งไว้ทุกประเด็นและยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง"
จากการเช็กประวัติอาชญากรรมของชายคนขับรถเก๋งรายนี้ ยังพบข้อมูลอีกว่า เคยมีประวัติพัวพันกับยาเสพติด โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเคยถูกศาลพิพากษาตัดสินให้ลงโทษ "จำคุกตลอดชีวิต" แต่ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษและติดคุกจริงมาแล้วเป็นเวลา 20 ปี ก่อนจะพ้นโทษออกมาและพบว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้
เมื่อถามถึงรถเก๋งคันที่ใช้ก่อเหตุ ชายคนดังกล่าวอ้างว่า ตนเองเป็นเจ้าของรถ แต่รถเป็นชื่อของบุคคลอื่น ซึ่งทางตำรวจกำลังขยายผลว่าเชื่อมโยงไปถึงใครบ้าง รวมถึงประเด็นที่ว่า เหตุใดหลังจากเกิดเรื่อง จึงต้องมีการนำรถเก๋งคันนี้ไปส่งซ่อมที่อู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งที่ในกรุงเทพมหานครมีอู่ซ่อมรถอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลและถือว่าเป็นการบ้านของทางตำรวจที่จะต้องไปขยายผลต่อ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงตัวละครสำคัญอย่าง "โรสโรส" ว่าทำหน้าที่เป็นแอดมินล่อลวงให้แอร์มีนามาร่วมขบวนการส่งยาเสพติดครั้งนี้หรือไม่ พลตำรวจตรี ธีรเดช ปฏิเสธที่จะลงรายละเอียดลึก แต่ได้ระบุว่า คดีนี้เป็นขบวนการใหญ่ระดับสากล
"วิธีการหรือแผนประทุษกรรม หรือที่เราเรียกว่า 'ลายเซ็น' ของคนร้ายกลุ่มนี้ มันมาในรูปแบบของแก๊งสแกมเมอร์ (คอลเซ็นเตอร์) ซึ่งถือเป็นเครือข่ายที่ใหญ่และทำงานกันเป็นระบบมาก"
นอกจากนี้ทางตำรวจยังพบเบาะแสสำคัญ ว่าวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่าคนขับรถรถเก๋งคันนี้ไปส่งพัสดุ 2 ที่ ที่แรกคือบริเวณซอยเสือใหญ่ และคอนโดของแอร์มินา พลตำรวจตรี ธีรเดช บอกว่า หญิงรายแรกนั้นถือเป็นผู้โชคดีที่ส่งพัสดุดังกล่าวคืน ซึ่งปัจจุบันบุคคลนี้พำนักอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่จะเป็นแอร์โฮสเตสหรือไม่ อยู่ระหว่างขยายผล
ส่วนตัวละครสำคัญอย่าง "ชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน" ที่สังคมกำลังจับตามองนั้น ชุดสืบสวนมีข้อมูลอยู่แล้ว รวมถึง ความเชื่อมโยงของ ว่า คนขับรถเป็นเจ้านายของชายเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินหรือไม่นั้น และถือเป็น "การบ้านชิ้นสำคัญ" ขอให้รอติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดในวันพรุ่งนี้
พลตำรวจตรี ธีรเดช ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการเก็บพยานหลักฐานขั้นแรกแล้ว ชุดสืบสวนจะควบคุมตัวชายคนขับรถพร้อมรถยนต์ของกลาง ไปส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 (บช.ปส.1) โดยจะเริ่มกระบวนการที่ สน.บางนา ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องจากคดีนี้มีความผิดเกี่ยวเนื่องในหลายพื้นที่