เจาะประเด็นข่าว 7HD - ขณะเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ คุมตัว นายอาทิตย์ และ นางสาวทัดสะพอน ผู้ต้องหาคดีรับจ้างส่งพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีน ที่จังหวัดเลย มาสอบปากคำ หลัง คณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติรับคดีการขยายผลตรวจยึดยาเสพติด 24 กิโลกรัม ซึ่งเป็นคดีต่อเนื่องจาก "คดีแอร์ฯ มีนา" เป็นคดีพิเศษ และรับตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนมาจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. มาดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อเวลา 23.00 น. วานนี้ (3 ก.ค.)
พันตำรวจตรี วรนันท์ ศรีล้ำ โฆษกดีเอสไอ บอกว่า หลังพนักงานสอบสวนนำรับตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มาก็ดำเนินการสอบปากคำทันที ใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 3 ชั่วโมง จนถึง 02.00 น. เช้านี้จึงควบคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ฝากขัง
ผลสอบปากคำผู้ต้องหายังรับสารภาพเฉพาะการกระทำของตนเอง แต่ปฏิเสธความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในคดี "แอร์ฯ มีนา"
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างขยายผลเชื่อมโยงกรณีการตรวจยึดยาเสพติด 24 กิโลกรัม โดยแบ่งการสืบสวนเป็น 3 ระยะ คือ ต้น กลาง และปลาย เพื่อหาความเชื่อมโยงไปยังคดี "แอร์ฯ มีนา" ส่งเฮโรอีนข้ามชาติ ซึ่งหากสองคดีมีความเกี่ยวข้องกัน ดีเอสไอ อาจพิจารณารับเป็นคดีพิเศษต่อไป
ตำรวจ ปส.ยกระดับ "แอร์ฯ มีนา" เป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ
ขณะเดียวกัน ตำรวจปราบปรามยาเสพติด แต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดี "แอร์ฯ มีนา" เพื่อยกระดับการดำเนินคดีในมิติ "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" เพื่อขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด หลังแนวทางการสืบสวนพบว่า คดี "แอร์ฯ มีนา" อาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบส่งยาเสพติดระหว่างประเทศ
สำหรับความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกัน และปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี - 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000 บาท - 300,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ