สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ตำรวจเค้นสอบสามี-ภรรยา คนส่งพัสดุบรรจุเฮโรอีน ให้ "มีนา" ส่งไปประเทศออสเตรเลีย ยังคงให้การแบ่งรับแบ่งสู้
เป็นภาพเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. คุมตัวนายอาทิตย์ และนางสาวทัดสะพอน สามี-ภรรยา ผู้ต้องหาคดีรับจ้างส่งพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีน ทั้งคู่มีสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาแสดงความกังวลเล็กน้อย และไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่พาตัวขึ้นอาคารสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม
2 คนนี้ คือ กลุ่มต้นทางที่ส่งพัสดุจากจังหวัดเลย มากรุงเทพฯ รวม 6 ครั้ง และพัสดุชิ้นสุดท้ายก่อนถูกจับกุม คือพัสดุที่ส่งให้ นางสาวมีนา
ช่วงบ่ายวานนี้ สืบนครบาล ยังนำตัวชาย อายุ 59 ปี เจ้าของรถเก๋งสีดำ ที่นำพัสดุไปส่งที่คอนโดฯ ของ นางสาวมีนา คนที่ก่อนหน้านี้ตำรวจบอกว่าสวมฮู้ดปิดบังใบหน้า มาสอบปากคำ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล หลังตามไปจับกุมตัวที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เจ้าตัวยอมรับว่าถูกว่าจ้างจากชายไม่ทราบชื่อและสัญชาติ ที่นั่งมาด้วยกันบนรถ เป็นเงินสด จำนวน 1,600 บาท ให้ช่วยขับพาไปส่งพัสดุให้หญิงสาวอีกคน ที่ซอยเสือใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ แต่พัสดุถูกตีกลับ จึงเดินทางไปส่งพัสดุที่คอนโดฯ ของนางสาวมีนา
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติชายคนนี้ เคยถูกจำคุกตลอดชีวิตจากคดีลำเลียงยาบ้า 10,000 เม็ด เมื่อปี 2540 แต่ได้รับโทษจริง 20 ปี
ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ นางสาวมีนา ยืนยันได้ว่า กลุ่มคนร้ายโอนเงินให้ 3,400 บาท และเป็นการแบ่งจ่าย 2 ครั้ง ก่อนที่ นางสาวมีนา จะขึ้นเครื่องบิน
ขณะเดียวกัน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน นำรถเก๋งสีดำไปตรวจลายนิ้วมือแฝง พบร่องรอยการเช็ดล้างบางจุด โดยเฉพาะบริเวณเบาะรถที่ใช้สำหรับวางยาเสพติด จึงเก็บลายนิ้วมือแฝงรอบตัวรถอย่างละเอียด คาดว่าจะทราบผลไม่เกิน 3 วัน ก็จะทำให้รู้ตัวว่ามีใครบ้างอยู่ในรถวันเกิดเหตุ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่การกระทรวงมหาดไทย กล่าวในระหว่างกรประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อทบทวนมาตรการต่าง ๆ เพราะจากรายงาน พบว่า ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีผู้เดินทางจากไทยถูกตั้งข้อหาในคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดแล้วอย่างน้อย 6 คดี ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย ไทยจำเป็นต้องกอบกู้ภาพลักษณ์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนอยู่ในขณะนี้