หลายประเทศยุโรปกำลังเผชิญไฟป่าเผาผลาญอย่างหนัก ท่ามกลางวิกฤตคลื่นความร้อนที่ส่งผลกระทบให้กับประชาชนทั่วภูมิภาค
ที่แคว้นกาตาลุญญา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเดินทางปฏิบัติงานตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งเหตุไฟป่าครั้งนี้ทำให้ทางการต้องสั่งประชาชนในหลายเมืองอยู่แต่ในบ้านเรือนของตนเอง และปิดถนนหลายสาย จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วเกือบ 4,700 ไร่ ขณะที่ ผู้นำแคว้นกาตาลุญญากล่าวว่าไฟป่าครั้งนี้มี "ขนาดใหญ่มาก" และเตือนว่ายังคงควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
ที่โปรตุเกส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกือบ 1,000 นาย พร้อมด้วยยานพาหนะ 288 คน และอากาศยาน 8 ลำ ระดมกำลังกันเข้าควบคุมไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักทางตอนกลางของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณเทศบาลวูเซลา (Vouzela) ที่ไฟป่าลุกลามเข้าใกล้เขตที่พักอาศัยของประชาชน สำนักข่าวท้องถิ่นของโปรตุเกส รายงานว่า ไฟได้ลุกลามข้ามคืนไปยังเทศบาล 3 แห่ง อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีลมแรงและอากาศร้อนจัด ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 6 คน และไฟป่าเผาทำลายพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 15,000 ไร่
ส่วนที่ฝรั่งเศส ประชาชนจำนวนมากต้องจอดรถยนต์ติดอยู่บนถนนทางหลวงสาย A9 เพื่อหยุดให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกลามอยู่ข้างถนนทางหลวงใกล้กับเมืองเบซีเย (Beziers) ทางตอนใต้ของประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งเครื่องบินดับเพลิงขึ้นโปรยน้ำ โดยในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลายพื้นที่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสอยู่ในภาวะเฝ้าระวังขั้นสูง หลังเพิ่งเผชิญกับคลื่นความร้อน ซึ่งทำให้พื้นที่ต่าง ๆ เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่ามากขึ้น
ขณะที่ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ ปรับการคาดการณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญระดับรุนแรง ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเอลนีโญได้ปรากฏขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณเส้นศูนย์สูตร และแบบจำลองระบุว่า จะเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรง จากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา WMO เคยคาดการณ์ว่าจะมีปรากฏการณ์เอลนีโญระดับปานกลาง หรืออาจรุนแรง แต่จากการคาดการณ์ล่าสุดทำให้มีความมั่นใจว่าสภาวะเอลนีโญรุนแรงกำลังก่อตัวขึ้น
ทั้งนี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ คือ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกเป็นระยะ ๆ ซึ่งโดยทั่วไปจะกินเวลาระหว่าง 9-12 เดือน และอาจทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาพอากาศรุนแรงได้