เช้านี้ที่หมอชิต - ระทึกชายแดนแม่สอด ชาวบ้านห้วยมหาวงศ์ ผวาหนัก จู่ ๆ กระสุนปืนกลและระเบิด ค. ลอยข้ามฝั่งทะลุหลังคาบ้าน ต้องวิ่งหนีตายกันชุลมุน หลังทหารเมียนมาปะทะเดือดกองกำลังกะเหรี่ยง KNLA เสียงปืนดังสนั่นรัวไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน จนชาวบ้านกินไม่ได้นอนไม่หลับ
ชาวบ้านห้วยมหาวงศ์ วิ่งหนีกระสุนปืน จ.ตาก
จากกรณีเหตุปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกองทัพรัฐบาลเมียนมา กับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงอิสระแห่งชาติ หรือ เคเอ็นแอลเอ บริเวณหมู่บ้านมินลาป่าน เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับแนวชายแดนประเทศไทย ส่งผลให้มีเสียงอาวุธปืนและระเบิดดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง และมีสะเก็ดระเบิด รวมถึงลูกกระสุนปืนหลากชนิด ข้ามมาตกใส่หลังคาบ้านเรือนของประชาชนในฝั่งไทย โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านห้วยมหาวงศ์ หมู่ที่ 9 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่ชาวบ้านวิ่งหลบกระสุนกันจ้าละหวั่น
ชาวบ้านห้วยมหาวงศ์ วิ่งหนีกระสุนปืน จ.ตาก
นาทีเกิดเสียงดังคล้ายอาวุธปืนหลายครั้ง จนเด็กหญิง และลูกหมา ต่างวิ่งหลบเข้าไปในบ้าน โดยเกิดเหตุเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.02 น.
หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ขณะที่ชาวบ้านกำลังนั่งเล่นหน้าบ้าน และซ่อมรถจักรยานยนต์ จู่ ๆ มีเสียงกระสุนปืนดังต่อเนื่อง จนต้องหมอบลงกับพื้น และหลบเข้าไปในบ้าน ก่อนจะมีวัตถุบางอย่างตกใส่บ้านจนควันสีขาวลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว
สำหรับหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบของกองกำลังต่างชาติ ประกอบด้วยหมู่ที่ 2 หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 9 ตรงข้ามตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทหารเมียนมาได้พยายามเข้าโจมตีขับไล่ฝ่ายกะเหรี่ยงให้ออกไปจากบ้านมินลาป่าน แต่ฝ่ายกะเหรี่ยงได้ตอบโต้ฝ่ายเมียนมาตลอด ทำให้การยึดที่มั่นฝ่ายกะเหรี่ยงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีทหารเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก แต่การสู้รบเกิดขึ้นทั้งวันทั้งคืน ที่ทำให้คนไทยต้องเฝ้าระวัง และได้รับความเดือดร้อนเกือบทุกวัน
เพิ่มกำลังพลสำรอง รับมือกองกำลังติดอาวุธ จ.แม่ฮ่องสอน
เมื่อแหล่งข่าวความมั่นคง ระบุว่า กองบัญชาการทหารภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เมืองลาเซียว มีคำสั่งด่วนที่สุด ให้ทุกเมืองในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ จัดทำรายชื่อประชากรพลเรือนทั้งหมด ที่มีอายุระหว่าง 18-60 ปี เพื่อขึ้นบัญชีเป็น "กำลังสำรองทางทหาร" และส่งตรงไปยังกรมทหารฝ่ายบุคคลโดยเร็วที่สุด ซึ่งการจัดทำบัญชีรายชื่อครั้งนี้ กองทัพเมียนมาเน้นย้ำ ว่าจะต้องทำตารางแยกรายชื่อบุคลากรพลเรือนอย่างละเอียด แบ่งตามรายตำบลและหน่วยงาน เพื่อความรวดเร็วในการเรียกรายงานตัว
แหล่งข่าวความมั่นคง ระบุอีกว่า มาตรการขั้นเด็ดขาดนี้ ถูกนำมาใช้เนื่องจากกองทัพเมียนมา กำลังเผชิญหน้ากับการกดดันอย่างหนัก จากกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ 3 กลุ่มใหญ่ ที่กำลังเร่งเกณฑ์ทหารและยึดครองพื้นที่อย่างรวดเร็วในขณะนี้