ห้องข่าวภาคเที่ยง - ราคาไข่ไก่ที่ปรับเพิ่มขึ้น 20 สตางค์ เมื่อวานนี้ ส่งผลให้ราคาไข่ไก่สูงสุดใสรอบ 2 ปี ร้อนไปถึงกระทรวงพาณิชย์ ต้องถามตรงไปยังเกษตรกร ได้ข้อมูลมาว่าตั้งแต่เดือนหน้าไป ราคาไข่ไก่น่าจะปรับลดลงได้ ส่วนราคาน้ำมัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ชี้แจง สาเหตุที่เราจะไม่เห็นราคาลงฮวบฮาบด้วย
โดย นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงสาเหตุของการปรับขึ้นราคาไข่ไก่ ฟองละ 20 สตางค์ ว่า การปรับราคาในครั้งนี้เป็นไปตามต้นทุนการผลิต และปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตไข่ไก่ในช่วงที่ผ่านมา โดยสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาเพิ่มเติม และตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ราคาขายจะทยอยปรับลดลงตามกลไกตลาด โดยปัจจุบันมีไข่ไก่ออกสู่ตลาดเฉลี่ย 43 ล้านฟองต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีประมาณ 45 ล้านฟองต่อวัน เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน กระทบต่อการออกไข่ของแม่ไก่ รวมทั้งเป็นช่วงของการทยอยปลดแม่ไก่ยืนกรง ตามรอบการเลี้ยง เมื่อมีอายุประมาณ 78-80 สัปดาห์ ทำให้ปริมาณแม่ไก่ลดลงด้วย ซึ่งเย็นนี้กรมการค้าภายในได้เรียกผู้ค้าหารือ เพื่อขอความร่วมมือให้ตรึงราคาไข่ไก่ ช่วยบรรเทาผลกระทบประชาชน
ส่วนคำถามที่ว่า ราคาน้ำมันโลกลดลงเยอะ แต่ทำไมราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไม่ลดลงแบบฮวบฮาบ
มีคำอธิบายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สาระสำคัญ คือ เมื่อมีวิกฤตการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น รัฐบาลได้ประคองเศรษฐกิจฝ่ามรสุมวิกฤตพลังงานโลกที่กระทบไทยอย่างแรง เพื่อไม่ให้ราคาผันผวนแบบสุดโต่ง และไม่ให้ขาดแคลน เพราะประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับต้น ๆ ในเอเชีย ซึ่งก็สามารถประคองให้ไทยมีน้ำมันใช้ในราคาที่ต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียนช่วงเดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม
ด้วยการตัดสินใจใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าบริหารราคา เพื่อไม่ให้ไม่กระทบฐานะการคลัง แต่ก็ลามไปเกิดวิกฤตการคลัง ขาดดุลเกือบ 5 แสนล้านบาทในช่วง 2 เดือน ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาตราเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบภาคขนส่งและภาคเกษตร และออกมาตรการไทยช่วยไทย พลัส และเติมเงินสวัสดิการ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ ป้องกันวิกฤตปากท้อง สรุปได้ว่าการบริหารจัดการเงินกองทุนที่ติดลบเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการในขณะนี้