ห้องข่าวภาคเที่ยง - กองทัพเรือ เดินหน้าทำรั้วมั่นคงชายแดนต่ออีก 7.07 กิโลเมตร หลังสำเร็จไปแล้ว 1.3 กิโลเมตร ตามความตกลงระหว่างไทยและกัมพูชา
ทร.เตรียมสร้าง "รั้วมั่นคง" อีก 7.07 กม.
กองทัพเรือ เปิดพื้นที่ชมความสำเร็จการสร้างรั้วชายแดนมั่นคง ไทย-กัมพูชา ระยะที่ 1 บริเวณหลักเขตแดนที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จเป็นระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร ที่เป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กติดตั้งลวดหนามหีบเพลง มีความสูงรวมประมาณ 3.65 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมพื้นที่ ลดช่องทางการลักลอบข้ามแดน ป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ และสนับสนุนการเฝ้าตรวจของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดน และระยะต่อไป ได้เตรียมขยายแนวรั้วจากหลักเขตแดนที่ 54-59 ระยะทางประมาณ 7.07 กิโลเมตร เพื่อให้การรักษาความมั่นคงในพื้นที่มีความต่อเนื่องและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
สำหรับการสร้างรั้วมั่นคงชายแดน มีการตั้ง กองทุนหทัยทิพย์ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ตามพระดำริของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เพื่อสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือภาครัฐ ทหารแนวหน้า และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามแนวชายแดน ที่ประชาชนสามารถการบริจาคและติดต่อชื่อบัญชี : "เงินกองทุนหทัยทิพย์" สแกน QR Code ผ่านแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า หรือ ติดต่อ สำนักงานกองทุนหทัยทิพย์ ชั้น 1 อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โทร. 0-2553-8616 ถึง 19 และ Facebook กองทุนหทัยทิพย์
JIC โต้กัมพูชา ไทยไม่รุกรานก่อน-ทำตามถ้อยแถลง 27 ธ.ค. 68 ตลอด
พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หรือ JIC โต้ข้อกล่าวหาของ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา ซึ่งระบุว่าไทยเป็นฝ่ายรุกราน ไม่เคารพ MOU 43 และใช้อาวุธหนัก ว่าไทยไม่ได้เริ่มก่อนมีหลักฐานตรวจสอบได้ แต่กัมพูชาโจมตีกำลังฝ่ายไทย รวมถึงการใช้อาวุธจรวด BM-21 ที่ส่งผลกระทบเข้าไปในพื้นที่พลเรือนไทย ทำให้ประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บ เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ควรถูกตัดออกจากเรื่องเล่า ที่ไทยต้องตอบโต้หยุดยั้งภัยคุกคาม ตลอดจนปกป้องประชาชน กำลังพล และอธิปไตยของไทย ไม่ใช่เพื่อทำร้ายประชาชนกัมพูชา
และให้กัมพูชากลับไปอ่านถ้อยแถลงร่วมวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ลดความตึงเครียด หยุดยิง และป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม กำลังที่อยู่ตรงไหนให้คงอยู่ตรงนั้น ไม่เคลื่อนย้ายหรือใช้สถานการณ์หลังหยุดยิงสร้างความได้เปรียบทางทหารฝ่ายเดียว ส่วนการหาว่าไทยไม่เคารพ MOU 43 ต้องใช้กลไกที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน ไม่ใช่ประกาศฝ่ายเดียวว่าดินแดนของฉัน ใครอยู่ตรงนี้คือผู้รุกราน