พยาธิใบไม้ตับลามวัยรุ่นมหาสารคาม คุมเข้มร้านส้มตำ

View icon 20
วันที่ 7 ก.ค. 2569 | 11.29 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม สั่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เร่งรณรงค์ ร้านส้มตำและร้านอาหาร ให้ใช้ปลาร้าพร้อมให้ขึ้นป้าย "ร้านนี้ปลาร้าสุก" ป้องกันการแพร่ระบาดพยาธิใบไม้ในตับ

จังหวัดมหาสารคามเร่งยกระดับมาตรการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ หลังผลตรวจคัดกรองพบการติดเชื้อในประชาชน และนักศึกษาจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ยังมีพฤติกรรมรับประทานส้มตำใส่ปลาร้า ซึ่งอาจเป็นปลาร้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และมีการปนเปื้อนไข่พยาธิ

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรค พร้อมเตือนว่า หากได้รับเชื้อและปล่อยไว้โดยไม่รักษาเป็นเวลานาน 15-20 ปี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ระบุว่า จากการตรวจคัดกรองประชาชน 20,000 คน พบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับร้อยละ 11 ขณะที่การตรวจนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามกว่า 12,700 คน พบผู้ติดเชื้อถึง 4,233 คน หรือร้อยละ 33 ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตรวจนักศึกษาใหม่ 1,922 คน พบติดเชื้อ 380 คน หรือร้อยละ 19

เบื้องต้น จังหวัดจะส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจร้านอาหารและร้านส้มตำ หากร้านใช้ปลาร้าที่ผ่านการปรุงสุกและปลอดภัย จะได้รับป้ายรับรอง "ร้านนี้ใช้ปลาร้าสุกปลอดภัย" เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค พร้อมเชิญผู้ประกอบการเข้ารับการอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ เพื่อร่วมลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคต

ขณะที่ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ระบุว่า ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่เมนูส้มตำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุก หรือกึ่งสุก กึ่งดิบ ไม่ว่าจะเป็นลาบดิบ ปลาส้ม ปลาจ่อม หมูกระทะที่ปิ้งไม่สุก อาหารทะเลแช่น้ำปลา หรือหมึกช็อต ก็เสี่ยงอันตรายจากพยาธิ แบคทีเรีย และไวรัสสูงมาก หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการบีบมะนาว หรือหมักเค็มแล้วจะฆ่าพยาธิได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือรับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน และหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

ขณะเดียวกันที่ จังหวัดขอนแก่น ร้านป้าใจส้มตำ ริมถนนอดุลยาราม เปิดใจกับทีมข่าวว่าตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะตนเองก็เปิดร้านส้มคำ แต่ยืนยันว่า ทางร้าน แม้จะใช้น้ำปลาร้าจากร้านค้า แต่ก็มีการนำมาต้มสุกจนเดือดทุกครั้ง ด้วยอุณหภูมิมากกว่า 100 องศาเซลเซียล ก่อนที่จะนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำส้มตำและเมนูอื่น ๆ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค

ซึ่งมั่นใจได้เลยว่า หากไม่ได้ผล ตนคงติดเชื้อก่อนใคร เพราะต้องมีการชิมรสชาติทุกครั้ง ก่อนนำไปเสิร์ฟให้กับลูกค้า ถือว่ามีความเสี่ยงมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าบางส่วนอาจจะชอบรับประทานแบบปลาร้าที่ไม่ผ่านการต้ม ก็อยากให้ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เลือกกินร้านที่ใช้ปลาร้าต้มสุกจะเป็นการดีที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง