กรมทะเลฯ เผยผลชันสูตรซากลูกพะยูนพลัดหลงฝูง คาดเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลวเฉียบพลัน

กรมทะเลฯ เผยผลชันสูตรซากลูกพะยูนพลัดหลงฝูง คาดเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลวเฉียบพลัน

View icon 25
วันที่ 8 ก.ค. 2569 | 11.56 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (8 ก.ค. 69) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอรายงานผลการชันสูตรซากลูกพะยูนเกยตื้นบริเวณหาดแหลมสน จ.ระนอง เมื่อวันที่ (5 ก.ค. 69) ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลและส่งตัวเข้ารับการอนุบาลต่อมายังศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผลัดเวรยามเฝ้าสังเกตการณ์ดูแลสุขภาพลูกพะยูน ตลอด 24 ชั่วโมง

จากผลสุขภาพ ความสมบูรณ์ร่างกายอยู่ในระดับปกติค่อนทางผอม ลักษณะภายนอกพบรอยช้ำข้างลำตัว คาดว่าเกิดจากการเกยตื้นอัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย 80-100 ครั้งต่อนาที ขึ้นกับพฤติกรรมของพะยูน อัตราการหายใจช่วงเวลาพักเฉลี่ย 1-3 ครั้งใน 5 นาที อัตราการหายใจในช่วงว่ายน้ำ 4-5 ครั้งใน 5 นาที พบภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ และภาวะขาดน้ำปานกลางถึงรุนแรง การทำงานของทางเดินอาหาร พบภาวะท้องอืด

โดยมีแก๊สสะสมในทางเดินอาหารจำนวนมาก แต่ยังสามารถขับถ่ายได้ พบอุจจาระลักษณะเป็นหญ้าทะเลที่ย่อยแล้ว สัตวแพทย์ได้รีบทำการวินิจฉัยและรักษาเพื่อแก้ไขภาวะวิกฤติ โดยการให้ยารักษาตามอาการ ให้สารน้ำผ่านทางการป้อน ให้ยาบำรุงและให้นมทดแทนในลูกสัตว์

หลังจากนั้นลูกพะยูนได้เสียชีวิตลง และเจ้าหน้าที่ได้ผ่าชันสูตรซากเพื่อสาเหตุการเสียชีวิตโดยทันที พบว่ากล้ามเนื้อหัวใจซีดและพบลิ่มเลือดในห้องหัวใจ ส่วนระบบทางเดินหายใจ พบภาวะคั่งเลือดในปอดและภาวะถุงลมโป่งพอง ภายในช่องท้องพบไฟบรินคลุมส่วนของลำไส้ซึ่งคาดว่ามาจากการอักเสบรุนแรงภายในช่องท้องเป็นระยะเวลานาน

ส่วนทางเดินอาหารภายในกระเพาะอาหารพบอาหารเป็นหญ้าทะเลที่ย่อยแล้วบางส่วนอัดแน่นอยู่ภายในกระเพาะอาหาร ร่วมกับภาวะลำไส้อักเสบ จากผลการชันสูตรซากคาดว่าสาเหตุการตายเกิดจากภาวะช็อกจากการติดเชื้อในระบบไหลเวียนเลือด รวมถึงมีภาวะขาดน้ำรุนแรง ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลวเฉียบพลัน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเลือดและเนื้อเยื่อจากอวัยวะต่าง ๆ ส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันสาเหตุการตายอย่างละเอียด และนำผลการศึกษามาใช้พัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของพะยูนและสัตว์ทะเลหายากชนิดอื่น ๆ ในอนาคต ตลอดจนเสริมประสิทธิภาพการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง