เจ้าหน้าที่ อช.แหลมสน ลุยช่วย “ลูกพะยูน” พลัดหลงกับฝูงมา เกยตื้นเป็นครั้งที่ 2 บริเวณใกล้หาดแหลมสน จ.ระนอง

เจ้าหน้าที่ อช.แหลมสน ลุยช่วย “ลูกพะยูน” พลัดหลงกับฝูงมา เกยตื้นเป็นครั้งที่ 2 บริเวณใกล้หาดแหลมสน จ.ระนอง

View icon 54
วันที่ 6 ก.ค. 2569 | 12.11 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน ลุยช่วยเหลือ “ลูกพะยูน” เพศเมีย พลัดหลงกับฝูงมาเกยตื้นเป็นครั้งที่ 2 บริเวณปากคลองใกล้หาดแหลมสน จ.ระนอง เข้าปฐมพยาบาล-ส่งตัวไปยังศูนย์สิรินธาร ดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (6 ก.ค. 69) นางสาววิมลมาศ นุ้ยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน เผยว่า ทางอุทยานแห่งชาติแหลมสน ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของ “ลูกพะยูน” เพศเมีย หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบลูกพะยูนมาเกยตื้นอยู่ริมปากคลองใกล้ชายหาดแหลมสนบริเวณท่าหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง จึงได้สั่งการให้ชุดกู้ภัยและสายตรวจอุทยานฯ นำอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือและในทันที

โดยลูกพะยูนตัวนี้ชาวบ้านเคยเจอขึ้นมาเกยตื้นที่ป่าชายเลนใกล้คลองลัดโนด และได้ช่วยเหลือไปปล่อยแล้วครั้งหนึ่ง จึงได้ประสานเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ให้คอยแจ้งข่าวหากพบเจอ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (5 ก.ค. 69) เวลา 17.16 น.

จากการตรวจสอบภาคสนามพบเป็นลูกพะยูน เพศเมีย จำนวน 1 ตัว วัดขนาดความยาวลำตัวได้ 112 เซนติเมตร และความกว้างลำตัวประมาณ 30 เซนติเมตร สถานภาพทางกายภาพยังคงมีชีวิตอยู่ ทว่าตามบริเวณลำตัวและส่วนหัวมีบาดแผลถลอกเล็กน้อย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากการพลัดหลงจากฝูงและถูกคลื่นลมพัดเข้ามาติดตื้น ซึ่งการเกยตื้นในรอบนี้นับเป็นการพบเจอและเข้าช่วยเหลือเป็นครั้งที่ 2 แล้วในเขตอุทยานฯ

หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อประคองอาการ ลดความเครียด และดูแลความปลอดภัยให้ลูกพะยูนตามหลักวิชาการเสร็จสิ้นแล้ว ทางหน่วยงานได้ประสานงานส่งมอบตัวไปยัง ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากสิรินธาร จังหวัดภูเก็ต ทันที เพื่อให้ทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนำไปอนุบาล ฟื้นฟูสภาพร่างกาย และเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ก่อนจะประเมินความพร้อมเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ภารกิจกู้ชีพในครั้งนี้สำเร็จลงได้ด้วยความช่วยเหลือของเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางและนโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวัง และการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับการคุ้มครองสัตว์ป่าสงวนที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง