“ปกรณ์” วางกรอบการทำงานคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตท้องถิ่น 30 วัน

“ปกรณ์” วางกรอบการทำงานคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตท้องถิ่น 30 วัน

View icon 42
วันที่ 8 ก.ค. 2569 | 12.58 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปกรณ์” นั่งหัวโต๊ะวางกรอบการทำงานคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตท้องถิ่น 30 วัน วางธงเสนอแนะ ปิดช่องโหว่ ลุยเอาผิดจริยธรรมปิดทางเข้าการเมือง  รายงานชุดแรกเสนอนายกฯ 15 ก.ค. ชุดสอง 27 ก.ค.

วันนี้ ( 8 ก.ค.69) ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ครั้งที่ 1 ใช้เวลาประชุม ราว 30 นาที

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมการฯ ชุดนี้ มีเวลา 30 วัน ซึ่งเดือน ก.ค.มีวันหยุดหลายวัน จึงประชุมกันเร็ว เพื่อวางแนว กำหนดวัน และเร่งดำเนินการ โดยรายงานชุดแรกจะออกก่อนวันที่ 15 ก.ค. และจะนำเสนอนายกฯ วันที่ 15 ก.ค. ส่วนรายงานชุดที่ 2 จะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 27 ก.ค. สำหรับกระบวนการ  เราจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพราะส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ได้ดำเนินการไปแล้ว จึงจะให้เป็นหัวหน้าทีม โดยมีองค์ประกอบ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. /ป.ป.ท. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนที่ใช้เวลาในการประชุมครั้งแรกน้อยนั้น เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า ต้องทำอะไร ไม่จำเป็นต้องคุยกันนาน ไม่ต้องเสียเวลาประชุม ตอนนี้ทีมงานทำงานกันเลย ขอย้ำว่า การปกครองท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นโครงสร้างพื้นฐานส่วนหนึ่งของการกระจายอำนาจที่เราเรียกร้องกัน แต่การกระจายอำนาจต้องโปร่งใส ชัดเจน ใครที่ทำไม่ดีต้องพ้นจากระบบ ส่วนการดำเนินคดีอาญา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการอยู่ ส่วนเรื่องวินัย กระทรวงมหาดไทยดำเนินการอยู่ สิ่งที่คณะกรรมการฯชุดนี้รับผิดชอบคือ จะดูกระบวนการว่า มีช่องโหว่ตรงไหน ต้องปิดตรงไหน รวมถึงจะดูเรื่องการประพฤติผิดจริยธรรมของข้าราชการและท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องสำคัญ ตนคิดว่า ต้องกำจัดคนที่ขาดจริยธรรมให้ออกจากระบบ ป้องกันไม่ให้เข้ามาสู่ระบบมากที่สุด เรามุ่งมั่นทำในเรื่องนี้

ส่วนคณะกรรมการฯชุดนี้จะเหมือนกับกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ในคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ที่มีนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า โดยสรุปจะเป็นทำนองนั้น เราจะดูว่า กระบวนการทั้งหมดมีช่องโหว่ตรงไหน เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รวมไปถึงการเสนอกฎหมายอะไรต่าง ๆ ว่าควรจะมีหรือไม่ อย่างไร เช่น เมื่อวันที่ 7 ก.ค. พรรคภูมิใจไทยออกมาเปิดเผยว่า เตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ...  ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะไปดำเนินการต่อ ทั้งนี้ ข้อสรุปที่คณะกรรมการฯชุดนี้ได้ จะรายงานนายกฯเพื่อมีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการดำเนินการเรื่องจริยธรรม จะดำเนินการอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนอาจจะคิดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ข้อเท็จจริงคือ เป็นรัฐมนตรีไม่ได้หากประพฤติผิดจริยธรรม เข้าสู่กระบวนการทางการเมืองไม่ได้ เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องหยิบมาดู โดยมอบหมายให้ปลัดสำนักนายกฯ นำเรื่องนี้เข้าไปหารือในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะการกระจายอำนาจที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากคนที่สุจริต เราต้องป้องกันไม่ให้คนทุจริตเข้ามาในระบบ และมอบหมายให้เลขาธิการ ก.พ.ไปดูตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรมว่า สามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อจัดการคนที่ไม่มีจริยธรรมพวกนี้

ส่วนกรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. ตรวจสอบคะแนนกับกระดาษคำตอบ พบไม่ตรงกันกว่า 5 พันราย คนเหล่านี้จะต้องออกจากราชการเลยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย โดยมอบหมายให้เลขาธิการ ก.พ.ทำหนังสือขอข้อมูลในนามของคณะกรรมการฯ เข้ามา เพื่อประกอบการพิจารณา เพราะเราไม่มีอำนาจวินิจฉัย เนื่องจากเป็นอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. เพื่อดูว่า เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ คุณควรจะต้องทำอย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง