สคร.9 เตือนประชาชน เลี่ยงเมนูปลาน้ำจืดสุก ๆ ดิบ ๆ ป้องกันพยาธิใบไม้ตับ ลดเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

สคร.9 เตือนประชาชน เลี่ยงเมนูปลาน้ำจืดสุก ๆ ดิบ ๆ ป้องกันพยาธิใบไม้ตับ ลดเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

View icon 46
วันที่ 9 ก.ค. 2569 | 14.14 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (9 ก.ค. 69) นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากการรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวที่มีตัวอ่อนพยาธิและปรุงไม่สุก เช่น ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาแก้มช้ำ ปลาขาวนา และปลากระสูบ

ซึ่งเมื่อตัวอ่อนพยาธิเข้าสู่ร่างกาย จะเจริญเติบโตและอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี หากติดเชื้อเป็นเวลานานหรือได้รับเชื้อซ้ำหลายครั้ง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย

โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การหมัก การดอง การแช่น้ำปลา เกลือ น้ำมะนาว หรือเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้ วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ คือ การปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง เช่น ต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที หรือใช้ไมโครเวฟกำลังไฟ 800 วัตต์ อย่างน้อย 10 นาที เพื่อทำลายตัวอ่อนพยาธิ

นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอแนะนำประชาชนให้ปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ ดังนี้

1.งดรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ

2.ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนทุกครั้งก่อนรับประทาน

3.ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ถ่ายลงแหล่งน้ำ เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของพยาธิ

4.ผู้ที่เคยรับประทานปลาดิบเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจอุจจาระค้นหาไข่พยาธิที่สถานบริการสาธารณสุข และหากพบพยาธิควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา

5.ไม่ส่งเสริมหรือชักชวนเด็กและเยาวชนรับประทานอาหารประเภทปลาดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ

สคร.9 นครราชสีมา ขอเชิญชวนให้ประชาชนเลิกรับประทานปลาดิบ และอาหารสุกๆ ดิบๆ สำหรับผู้ที่มีประวัติรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นประจำ

หากมีอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์ เช่น มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด ตับโต อาหารไม่ย่อย จุกเสียดและรู้สึกแน่นท้องที่ใต้ชายโครงขวา ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

ที่สำคัญขอให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน ล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทาน ถ่ายอุจจาระในส้วมที่ถูกสุขลักษณะทุกครั้ง และตรวจอุจจาระค้นหาไข่พยาธิปีละ 1 ครั้งเป็นประจำทุกปี หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ข่าวที่เกี่ยวข้อง