กรมศุลกากร จับมือ ป.ป .ส. ทำลายสารเคมี –สารตั้งต้นยาเสพติดกว่า 68 ตัน ตัดวงจรไม่ให้หวนกลับสู่แหล่งผลิต พร้อมส่ง มอบ St arlink สนับสนุนภารกิจภาครัฐ
วันที่ 7 กันยายน 2569 กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรแม่สอด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) จัดพิธีทำลายของกลางสารเคมีผลิตสารตั้งต้นยาเสพติดและสารเคมี อันตรายที่ตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมพิธีส่งมอบอุปกรณ์รับ–ส่งสัญญาณดาวเทียม Starlink ณ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อจัดการของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้วอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นไปตามหลักวิชาการ โดยมุ่งตัดโอกาสไม่ให้สารเคมีดังกล่าวหวนกลับเข้าสู่วงจรการผลิตยาเสพติด
ของกลางสำคัญที่นำเข้าสู่กระบวนการทำลายในครั้งนี้ ประกอบด้วย สารเบนซิลไซยาไนด์ ( Benzyl Cyanide) จำนวน 120 ถัง น้ำหนักสุทธิ 24,000 กิโลกรัม ซึ่งด่านศุลกากรแม่สอดตรวจยึดจากกรณีนผ่านแดนไปยัง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และ สารเบนซีน ( Benzene) จำนวน 236 ถัง น้ำหนักสุทธิ 44,000 กิโลกรัม รวมปริมาณสารเคมีที่ดำเนินการทำลายกว่า 68 ตัน
การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการของกลางภายหลังการสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนแม่สอด ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการเฝ้าระวังการลักลอบและการนผ่านสินค้าที่อาจเกี่ยวข้องกับ กระบวนการผลิตยาเสพติด การดำเนินงานจึงมิได้สิ้นสุดเพียงการตรวจยึด แต่ครอบคลุมไปถึงการควบคุม จัดเก็บ และ ทำลายของกลางให้สิ้นสภาพอย่างเหมาะสม เพื่อปิดโอกาสไม่ให้สารเคมีเหล่านี้กลับเข้าสู่แหล่งผลิตอีกครั้ง
สำหรับการทำลายของกลางสารเคมีผลิตสารตั้งต้นยาเสพติดในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จาก กองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. จำวน 1,564,875 บาท สะท้อนถึง การบูรณาการระหว่างกรมศุลกากรและสำนักงาน ป.ป.ส. ในการสกัดกั้นและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การควบคุมตามแนวชายแดน การตรวจยึด การดำเนินคดี จนถึงการทำลายสารเคมีไม่ให้สามารถนำกลับไปใช้ ประโยชน์ในการผลิตยาเสพติดได้อีก
ในโอกาสเดียวกัน กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรแม่สอด ยังได้จัดพิธีส่งมอบ อุปกรณ์รับ–ส่งสัญญาณ ดาวเทียม Starlink ซึ่งเป็นของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้ว ให้แก่ สำนักงาน ป.ป.ส. และกรมข่าวทหารบก เพื่อนำไปใช้ สนับสนุนภารกิจของทางราชการ อันเป็นการบริหารจัดการของกลางให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ภาครัฐ
การดำเนินการครั้งนี้จึงสะท้อนภารกิจของกรมศุลกากรที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย ณ ด่านพรมแดน แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการของกลางอย่างครบวงจร ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตัดวงจรสารตั้งต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตยาเสพติด ป้องกันไม่ให้กลับคืนสู่แหล่งผลิต และลดผลกระทบที่อาจย้อนกลับมาสู่ประเทศไทยและประชาชน