“ไทย-มาเลเซีย” กระชับความร่วมมือ เดินหน้าเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน “ถนน-รถไฟ-เรือ” ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
.
วันนี้ (9 ก.ค.69) เวลาประมาณ 13.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศมาเลเซียซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ และเสร็จสิ้นพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการเกษตร ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย และกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย
.
โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยในวันพรุ่งนี้ (10ก.ค.69) จะร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดถนนเชื่อมจุดผ่านแดนสะเดาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่ใหญ่ที่สุด และมีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ของไทย-มาเลเซีย เชื่อมโยงสินค้า และการเดินทางของประชาชนทั้งสองประเทศ
.
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเร่งพัฒนาระบบการเชื่อมโยงทั้งฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรมลายู โดยฝั่งตะวันตกจะกลับมาเปิดให้บริการเรือเฟอร์รีระหว่างจังหวัดสตูลกับเมืองกัวลาปะลิสของมาเลเซีย รวมทั้งเร่งอำนวยความสะดวก เชื่อมโยงด่านปาดังเบซาร์ และเชื่อมระบบขายตั๋วรถไฟเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-บัตเตอร์เวิร์ธ ให้เป็นระบบเดียวกัน
.
ส่วนฝั่งตะวันออก จะฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสุไหงโก-ลก–รันเตาปันจัง ควบคู่กับการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ ซึ่งได้มอบหมายให้รัฐมนตรีด้านคมนาคมของทั้ง 2 ประเทศ จัดการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีร่วมด้านคมนาคมครั้งแรกภายใน 3 เดือน เพื่อจัดทำแผนแม่บทการเชื่อมโยงภาคใต้ของไทย กับภาคเหนือของมาเลเซียอย่างเป็นระบบ
.
ด้านความมั่นคง และสันติสุข นายกรัฐมนตรี ขอบคุณมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข พร้อมชื่นชมจุดยืนของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ยืนยันไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และพร้อมทำงานร่วมกับไทยนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยังเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านกลาโหม และความมั่นคง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย จะเยือนมาเลเซียในสัปดาห์หน้า เพื่อขยายความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ
.
นอกจากนี้ไทย และมาเลเซีย ยังจะเพิ่มความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดน จัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อประสานการก่อสร้าง และบริหารจัดการรั้ว และสิ่งกีดขวางบริเวณแม่น้ำโก-ลก
.
ในด้านการค้า และการลงทุน มาเลเซีย เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในอาเซียน และทั้งสองประเทศ มั่นใจว่า จะสามารถผลักดันมูลค่าการค้าทวิภาคีให้บรรลุเป้าหมาย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ในอนาคตอัน
.
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่าย ยังยินดีต่อการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อเร่งหาทางออกร่วมกัน เกี่ยวกับประเด็นการเปิดตลาดสินค้าประมง และสินค้าเกษตรที่ค้างอยู่ภายใน 30 วัน
.
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปีหน้าจะเป็นวาระครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–มาเลเซีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองและการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบหมายให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามผลการหารือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
.