วันนี้ (9 ก.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวไลซิม อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1544/2569 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมีใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินเพื่อเทรดทองคำออนไลน์ และต้องการจะแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง จึงหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และพบโฆษณาแอบอ้างเป็นเพจเฟซบุ๊กของตำรวจใช้ชื่อว่า “ศูนย์แจ้งความออนไลน์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”
จากนั้น ผู้เสียหายจึงกดลิงก์เข้าไปเพื่อกรอกข้อมูลโดยหวังว่าให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาเพื่อรับแจ้งความ แต่ปรากฏว่า มีบัญชีไลน์ใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า “ศูนย์แจ้งความออนไลน์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ส่งข้อความติดต่อมาหาผู้เสียหาย และอ้างตัวว่าเป็น เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือแจ้งความออนไลน์ บช.สอท. เพื่อมาสอบถามรายละเอียดทางคดีที่ผู้เสียหายถูกหลอกให้ลงทุนเทรดทองคำออนไลน์ และอ้างว่าสามารถติดตามเงินคืนกลับมาให้ผู้เสียหายได้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และให้ข้อมูลส่วนตัว พร้อมกับยอมทำตามขั้นตอนที่อีกฝ่ายหลอกล่อให้ทำ
ต่อมา มีบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ติดต่อให้ผู้เสียหายโอนเงินมาเก็บไว้ที่บัญชีของหน่วยงาน โดยอ้างว่า เพื่อความปลอดภัยและรักษาเงินที่เหลือของผู้เสียหายไว้ จะได้ไม่ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนอีก ซึ่งผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีต่างๆ ที่บุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุไว้ จำนวน 9 ครั้ง เป็นเงิน 2,806,659 บาท
หลังจากนั้น ผู้เสียหายก็ไม่ได้รับการติดต่ออีกเลย และเมื่อพยายามติดต่อกลับไป ปรากฏว่า ถูกปิดกั้นการติดต่อทุกช่องทาง ผู้เสียหายจึงมั่นใจว่า ถูกกลุ่มแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกซ้ำอีก จึงรีบแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในท้องที่รับผิดชอบ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นางสาวไลซิมฯ ผู้ต้องหา ที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินเป็นยอดจำนวน 500,000 บาท เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สืบทราบว่า ผู้ต้องหารับจ้างเปิดบัญชีม้าให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่กบดานอยู่ในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงติดตามจนพบผู้ต้องหาอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมแสดงหมายจับ จากนั้น ควบคุมตัวผุ้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.2 เพื่อดำเนินคดีต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นางสาวไลซิมฯ ให้การว่า ถูกนายบอยฯ (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) หลอกว่าจะให้ไปทำงานที่จังหวัดสระแก้ว สวัสดิการดีมีที่พักและอาหารให้แต่ไม่บอกว่าจะทำงานอะไร เมื่อไปถึงที่นัดพบ นายบอยฯ พาข้ามช่องทางธรรมชาติไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชากว่า 1 สัปดาห์ และถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคาร ก่อนจะถูกให้กลับมายังประเทศไทย จึงปฏิเสธรู้เห็นกระบวนการที่หลอกลวงผู้เสียหาย
เตือนภัยสังคม การรับจ้างเปิดบัญชีให้ผู้อื่นกระทำความผิด ผู้เปิดบัญชีต้องได้รับโทษเท่าเสมอกับความผิดของผู้ที่นำไปหลอกลวง เพราะฉะนั้นอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่มาหลอกลวง ให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกค่าตอบแทนเพราะอาจถูกดำเนินคดีในภายหลัง