ไปกันใหญ่ พ่อทิพย์ลูกจีน มีชื่อโผล่เป็นนอมินี บ.ไชน่าเรลเวย์ฯ ถือหุ้น 10% ยังอ้างเป็นพ่อจริง ๆ แม้ผลดีเอ็นเอไม่ตรงกับบุตรชาวจีน
จับพ่อไทย(ทิพย์) ที่รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าว ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในฝั่งธนบุรี และเจ้าหน้าที่สำนักงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ฝั่งธนบุรี หมด 42 จุด วันนี้ (9 ก.ค.69) พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. แถลงผลปฏิบัติการถอดเกล็ดมังกร ว่า เป้าหมายสำคัญ คือการเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 2 ซึ่งเป็นบ้านของชาวจีน ที่ลูกได้แจ้งเกิดสัญชาติไทย เมื่อวันที่ 9 ม.ค.67 หญิงชาวจีนและสามีชาวจีน ได้คลอดบุตรชายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่กลับเดินทางข้ามเขตไปแจ้งเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา (โคราช) โดยระบุว่า เด็กเป็น “สัญชาติจีน” แต่อาศัยสิทธิ์การเกิดในประเทศไทย
ปรากฏว่าต่อมา วันที่ 23 ม.ค.67 พบว่าไปแจ้งเกิดซ้อน โดยกลับมาแจ้งเกิดที่โรงพยาบาลเอกชนเดิม โดยครั้งนี้ระบุชื่อแม่เป็นชาวจีนคนเดิม แต่เปลี่ยนตัวพ่อเป็นคนไทย ชื่อ นายวิโรจน์ ผลตรวจดีเอ็นเอ พบว่า นายวิโรจน์ ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ เป็นพนักงานติดตั้งกระจก และเป็นคนที่ราบสูงที่ได้รับรหัสหมายเลข 5 ในพื้นที่เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ส่วนประเด็นที่ว่านายวิโรจน์จะรู้เห็นเป็นใจกับขบวนการนี้ด้วยหรือไม่ ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล
ส่วนเด็กที่แจ้งเกิดมีสัญชาติจีนและมีพาสปอร์ตจีนอยู่แล้ว ได้รับสัญชาติไทยซ้อน จะทำให้เด็กได้รับสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ครบถ้วนตามฐานะของคนไทย
ส่วนจะมีกลุ่มทุนสีเทา เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ อยู่ระหว่างการขยายผล โดยขบวนการนี้มีการส่งต่อข้อมูลกันในกลุ่มแช็ตของชาวจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบต่อไปว่าจะมีกลุ่มในลักษณะนี้อีกกี่กลุ่ม สำหรับประเด็นที่ว่าทางโรงพยาบาลรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่นั้น ยังคงต้องอยู่ระหว่างการสอบสวน
นอกจากนี้ แนวทางการสืบสวนยังพบว่าหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา มีชื่อของนายประจวบ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีนอมินี ของบริษัทไชน่าเรลเวย์ฯ ถือหุ้น 10% มาเป็นหนึ่งพ่อทิพย์ แต่จากการสอบปากคำเบื้องต้น เจ้าตัวอ้างว่าเป็นพ่อจริง ๆ แม้ผลดีเอ็นเอของนายประจวบ ไม่ตรงกับบุตรชาวจีน