จับตาใกล้ชิด ปิดถนนซ่อมแซมอุโมงค์

View icon 21
วันที่ 10 ก.ค. 2569 | 06.07 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - หลังเมื่อคืนวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักมีน้ำใต้ดินและน้ำฝน เข้าท่วมอุโมงค์ก่อสร้าง "รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้" ใกล้สถานีวงเวียนใหญ่ ต่อมาพบถนนทรุดตัว อาคารแตกร้าวเพิ่ม เจ้าหน้าที่สั่งปิดถนนอพยพชาวบ้าน เพื่อซ่อมแซมอุโมงค์ และเฝ้าระวังเบื้องต้น 1 สัปดาห์

สภาพน้ำท่วม ภายในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (สายสีม่วงใต้) บริเวณสถานีวงเวียนใหญ่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ถนนประชาธิปก เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร คืนวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กำชับให้หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเร่งแก้ไขปัญหา ไม่ให้ส่งกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน เหตุที่เกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้าน กลัวจะเกิดเหตุซ้ำรอย เหตุถนนทรุดย่านสามเสน เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

และเมื่อเดือนกันยายน 68 ก็เกิดน้ำผุด ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก่อนถึงวงเวียนใหญ่ บริเวณจุดก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งเป็นแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าเดียวกันกัน จึงมีการสันนิษฐานว่าสภาพดินอ่อนตัวหรือไม่

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปประเทศมาเลเซียช่วงเช้า บอกว่า หลังได้ข่าวน้ำท่วมอุโมงค์ ใจคอไม่ดี รีบลงพื้นที่สังเกตุการณ์ทันที ชื่นชมเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่ได้เร็ว ยืนยันไม่กระทบโครงสร้าง ตนเองสั่งการให้สำรวจทางธรณีเพิ่มเติม เพราะปัจจุบันมีการก่อสร้างจำนวนมาก

นายบีม พ่อค้าร้านน้ำชงที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ พาไปตรวจสอบรอยร้าวบริเวณข้างอาคาร ยอมรับรู้สึกกังวล เพราะก่อนหน้านี้เกิดเหตุแผ่นดินไหว ทำให้อาคารร้าว เมื่ออุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้ามีปัญหา กลัวว่าจะส่งผลกระทบซ้ำ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบแก้ไข ขอให้ผู้รับเหมาก่อสร้างดำเนินงานด้วยความรอบคอบ เนื่องจากบริเวณนี้มีประชาชนใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก

ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เข้าตรวจสอบอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้า คาดว่าสาเหตุน้ำรั่วในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน เกิดจากรอยรั่วบริเวณบ่อซัมป์ หรือบ่อรวมน้ำของโครงการ สั่งให้แก้ไขทันที ยืนยันไม่พบการทรุดตัว-การเอียงของโครงสร้างเพิ่มเติม และไม่พบรอยร้าวใหม่

นอกจากนี้ได้ประสานสำนักงานเขต ส่งวิศวกรโยธาเข้าตรวจสอบอาคารโดยรอบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนแล้ว ส่วนรอยร้าวที่บนอาคาร ผิวถนน ยืนยันเป็นรอยเก่าจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย รองปลัดกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการจัดการปัญหาน้ำรั่วในอุโมงค์ พบพื้นถนนเกิดการทรุดตัว 20 เซนติเมตร อาคารบางแห่ง ส่งสัญญาณเอียงตัว เกิดรอยร้าวใหม่ แต่อาคารดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัย

การแก้ไขน้ำรั่วในอุโมงค์ ทีมวิศวกรได้ปิดหัว-ปิดท้าย เติมน้ำเข้าระบบ เพื่อรักษาสมดุล ให้ฉีดคอนกรีตผสมสารเคมีชนิดแข็งตัวเร็ว เสริมความแข็งแรง ก่อนดำเนินการซ่อมแซมให้แข็งแรงมั่นคง พร้อมสั่งการด่วนให้ รฟม.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจ ตรวจสอบ ประเมินโครงสร้างของอาคาร กำหนดรัศมีในการตรวจสอบดูแลประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ

เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องวัดความเอียงแบบดิจิทัล ไปติดวัดกับอาคาร ใกล้กับอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้า พบว่าตัวอาคารเกิดการเอียงเข้าหาถนนประมาณ 10 องศา เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวัง บันทึกข้อมูลทุกชั่วโมง พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญมาประเมินสภาพโครงสร้าง

เจ้าของคลินิกอยู่ในอาคารพาณิชย์ ได้ขนย้ายอุปกรณ์ออกไปเก็บไว้ที่โกดัง ย่านบางนา บอกว่า สูญเสียรายได้กว่า 400,000 บาท เนื่องจากนัดคนไข้หลายคนมาทำรากฟันเทียม และยังไม่มีการกำหนดว่า จะย้ายกลับมาที่เดิมได้เมื่อไร

สำนักงานเขตคลองสาน ได้ออกประกาศขอความร่วมมือ ห้ามเข้าใช้อาคาร เพราะอาจจะเป็นอันตราย พร้อมประสาน รฟม. จัดที่อยู่อาศัยชั่วคราวให้ประชาชน สามารถติดต่อได้ที่กองอำนวยการร่วม บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เมื่อเวลา 16.38 น. วานนี้ ก็มีการแจ้งเตือนผ่านเซลล์บรอดคาสต์ (Cell Broadcast) แจ้งปิดถนนประชาธิปก ช่วงแยกบ้านแขก ถึง แยกวงเวียนใหญ่ทั้งฝั่งขาเข้า และขาออก ทุกช่องทาง ตั้งแต่เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกระหว่างการเร่งซ่อมแซมอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังรับฟังรายงานจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ สั่งการให้อพยพประชาชน รอบอาคารพาณิชย์ในรัศมี 30 เมตร ประมาณ 60 คน สั่งปิดถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขกถึงวงเวียนใหญ่ ระยะทางประมาณ 200 เมตร เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนจากรถยนต์ ที่อาจส่งผลต่ออาคารโดยรอบเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เตรียมแผนรองรับผลกระทบโรงเรียน จัดตั้งศูนย์บัญชาการร่วมบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อประสานงาน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ บอกว่า กังวลเรื่องการจราจรเป็นหลักเพราะมีโรงเรียนหลายแห่ง ในระยะยาวอาจต้องหารถโรงเรียนเพิ่มเติม อีกทั้งจุดนี้เป็นคอขวด ใช้ข้ามไประหว่างพระนครกับฝั่งธนบุรี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง