รพ.กันทรลักษ์ แจ้งความ-เปิดไทม์ไลน์แจง โพสต์วีนหมากัดรอฉีดวัคซีนนาน

รพ.กันทรลักษ์ แจ้งความ-เปิดไทม์ไลน์แจง โพสต์วีนหมากัดรอฉีดวัคซีนนาน

View icon 27
วันที่ 10 ก.ค. 2569 | 11.15 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ในเวลานั้นมีผู้ป่วยหนักวิกฤต นอนเตียงรอรักษาอยู่ถึง 12 คน รพ.กันทรลักษ์ แจ้งความแล้ว เปิดไทม์ไลน์การรักษาตั้งแต่ 11.11-14.57 น. แจง กรณีโพสต์วีนหมากัด ฉีดวัคซีน รอนาน ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง-บั่นทอนใจบุคลากรทางการแพทย์

วันนี้ (10 ก.ค.69) โรงพยาบาลกันทรลักษ์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการโพสต์ข้อมูลคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการให้บริการของโรงพยาบาล สืบเนื่องจากกรณีที่มีผู้รับบริการท่านหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า "หวยแตกจริงโรงบาลกันทรลักษ์หมากัด มารอฉีดวัคซีนตั้งแต่เช้าจนบ่ายโมงกว่ายังเส็จอีก" จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างนั้น

กรณีดังกล่าว ทางโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง (Log file) จากระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลอย่างละเอียด และขอเรียนชี้แจงลำดับเหตุการณ์การเข้ารับบริการของผู้ป่วยท่านดังกล่าว ดังนี้
เวลา 11.11 น. ผู้ป่วยดำเนินการขึ้นบัตรเพื่อรับบริการ
เวลา 11.14 น. พยาบาลจุดคัดกรอง (ER) ทำการซักประวัติและประเมินอาการ (ใช้เวลารอจุดนี้เพียง 3 นาที)
เวลา 12.57 น. แพทย์เริ่มทำการตรวจรักษา
(หมายเหตุ: ในช่วงเวลารอคอยนี้ มีผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องนอนเตียงรอรับการตรวจรักษาอยู่ถึง 12 คน ทีมแพทย์และพยาบาลจำเป็นต้องให้การดูแลผู้ป่วยตามเกณฑ์คัดกรองความเร่งด่วนทางด่วนการแพทย์ หรือ Triage)

เวลา 13.26 น. แพทย์ทำการตรวจเสร็จสิ้น และผู้ป่วยออกจากแผนก ER (รวมระยะเวลาในกระบวนการของแผนก ER ทั้งสิ้นประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที)
เวลา 13.54 น. - 14.16 น. ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการของห้องยา (คัดกรองและจ่ายยาเสร็จสิ้น)
เวลา 14.57 น. ผู้ป่วยเข้ารับบริการที่ห้องฉีดยา/ทำแผล โดยได้รับการฉีดทันทีเมื่อไปถึง และเดินทางกลับบ้าน

จากข้อเท็จจริงข้างต้น จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตามลำดับขั้นตอนของแต่ละแผนก ไม่ได้ถูกปล่อยปละละเลยให้รอนานหลายชั่วโมง โดยไม่ได้รับการตรวจรักษาตามที่ปรากฏในโพสต์ การใช้เวลาในแผนกฉุกเฉินราว 2 ชั่วโมง ภายใต้สถานการณ์ที่มีผู้ป่วยวิกฤตจำนวนมาก ถือเป็นการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นความปลอดภัยสูงสุดของทุกชีวิตเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การโพสต์ข้อความที่บิดเบือนจากความเป็นจริง นอกจากจะสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เป็นการบั่นทอนขวัญและกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักเพื่อดูแลทุกชีวิตอย่างสุดความสามารถ ด้วยเหตุนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล จึงมีความจำเป็นต้องมอบหมายให้ตัวแทนดำเนินการ แจ้งความลงบันทึกประจำวันและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ต่อผู้ที่โพสต์และเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จดังกล่าว เพื่อปกป้องเกียรติและกำลังใจของคนทำงาน

โรงพยาบาลขอยืนยันว่า เราพร้อมรับฟังทุกคำติชมที่เป็นความจริงผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของโรงพยาบาลเพื่อนำไปพัฒนา แต่ขอความเห็นใจในการงดเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง