นายกฯ ไทย-มาเลเซีย ร่วมเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่–บูกิตกายูฮิตัม หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสการจ้างงาน

นายกฯ ไทย-มาเลเซีย ร่วมเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่–บูกิตกายูฮิตัม หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสการจ้างงาน

View icon 46
วันที่ 10 ก.ค. 2569 | 11.58 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"นายกฯ ไทย-มาเลเซีย" ร่วมเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่–บูกิตกายูฮิตัม สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงสองประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชน

วันนี้ (10 ก.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ร่วมกับ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
 
โดยผู้นำทั้ง 2 ประเทศ เดินมาจับมือกัน ณ จุดกึ่งกลางระหว่างประตูด่าน เพื่อแสดงถึงความร่วมมือและมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย จากนั้นได้ร่วมถ่ายภาพที่ระลึก โดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้นำนายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังฝั่งมาเลเซีย เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ ก่อนจะร่วมกันเปิดแผ่นจารึก
 
หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม โดยกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของทั้งสองประเทศ ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ ในการเปิดถนนเชื่อมต่อด่านในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดใช้โครงสร้างพื้นฐานสายใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งระหว่างไทย และมาเลเซีย ซึ่งจะสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันในการยกระดับการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนอย่างไร้รอยต่อในทุกมิติ โดยถนนสายนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง และการขนส่งสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ และลดความแออัดบริเวณด่านสะเดา–บูกิตกายูฮิตัม ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดผ่านแดนที่สำคัญที่สุดของทั้งสองประเทศ

สำหรับด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2562 แต่ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เนื่องจากไม่มีถนนเชื่อมต่อกับด่านบูกิตกายูฮิตัมในฝั่งมาเลเซีย ทั้งสองประเทศได้หารือร่วมกันตั้งแต่ปี 2563 และเห็นชอบให้ก่อสร้างถนนเชื่อมด่าน ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2567 จนแล้วเสร็จในปี 2569 โดยคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคร่วม มีมติให้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันนี้ และจะเปิดให้ประชาชนและภาคธุรกิจใช้สัญจรและขนส่งสินค้าจริงตั้งแต่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
 
นอกจากนี้ ทั้วสองฝ่ายยังการเดินหน้ายกระดับความร่วมมือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสการจ้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พร้อมขอบคุณรัฐบาล และประชาชนชาวมาเลเซีย

สำหรับมิตรภาพและความร่วมมืออันดีเสมอมา รัฐบาลไทยจะมุ่งมั่นประสานการทำงานร่วมกับรัฐบาลมาเลเซียอย่างใกล้ชิด และยังเห็นพ้องที่จะเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซียให้เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคง เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์จากการพัฒนาร่วมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง