เค้นสอบผู้ต้องหายิงน้องสาว-น้องเขย

View icon 9
วันที่ 10 ก.ค. 2569 | 11.22 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - คดีพี่ชายโหด ใช้อาวุธปืนยิง น้องสาวแท้ ๆ เสียชีวิต และน้องเขย บาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์เกิดขณะรังวัดแนวเขตที่ดินมรดก ตามคำสั่งศาล ผู้ก่อเหตุยังเอาน้ำมันราดจุดไฟเผารถยนต์ของน้องสาว วอดทั้งคัน  

ที่เห็นเป็นภาพช่วงแรก ตอนที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย เดินทางถึงจุดเกิดเหตุบริเวณไซต์งานก่อสร้าง ห้องเช่า พื้นที่หมู่ 1 ตำบลมะขามคู่ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง พบรถยนต์เอนกประสงค์ สีขาว ที่จอดอยู่ ถูกเพลิงโหมไหม้ เสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะด้านหน้ารถ บริเวณห้องเครื่องยนต์ จึงประสานเจ้าหน้าที่นำรถน้ำ เข้ามาฉีดสกัดดับเพลิง

และเมื่อเข้าไปตรวจสอบด้านในพื้นที่ก่อสร้าง ไม่ไกลจากจุดที่รถถูกเผา พบร่าง นางอรวรรณ อายุ 60 ปี ถูกยิงเข้าที่ท้ายทอยเสียชีวต ส่วนผู้บาดเจ็บ อีก 1 คน เป็นสามีของหญิงที่เสียชีวิต ถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกัน กระสุนเจาะขมับ บาดเจ็บอาการสาหัส 

เมื่อวาน หลังจากเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำตัว นายสิงหล ส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลฯ ส่วนผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อ นายชวลิต อายุ 70 ปี เป็นพี่ชายของ นางอรวรรณ ผู้เสียชีวิต

ด้าน นายปฐมพร ลูกชายของหญิงที่เสียชีวิต บอกว่า สาเหตุมาจากเรื่องที่ดินมรดก โดยแม่ มีพี่น้องทั้งหมด 10 คน และมีที่ดินรวม 24 ไร่ แต่จุดที่มีปัญหากันจริง ๆ คือ ที่ดินแปลง ติดถนน ด้านหน้าประมาณ 4-5 ไร่

ซึ่งต้องแบ่งกันในกลุ่มพี่น้อง 3-4 คน โดยผู้ก่อเหตุ เป็นพี่ชายของแม่ ต้องการจะฮุบที่ดินมรดกส่วนของแม่ ทำให้มีการฟ้องร้องกัน และแม่เป็นฝ่ายชนะคดี ทำให้ฝ่ายผู้ก่อเหตุ ยิ่งไม่พอใจ และจากพฤติการณ์ก่อเหตุมีการใช้น้ำมันราดรถของแม่ แล้วจุดไฟเผา ลูกชายผู้เสียชีวิต เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุ น่าจะมีการวางแผนเตรียมการณ์มาอย่างดี เพราะก่อนหน้านี้ มีการขู่ทำร้าย และขู่ฆ่าแม่ของตนเองมาก่อน

หลังก่อเหตุ นายชวลิต ผู้ก่อเหตุ ขับรถกระบะ หลบหนี ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน เมื่อวาน  ตำรวจทางหลวง ร่วมกับ ตำรวจ สภ.วังขอนแดง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับการประสานข้อมูลจากตำรวจ พื้นที่จังหวัดระยอง ติดตามสกัดรถกระบะคันดังกล่าว ได้ที่บริเวณ ถนนทางหลวงหมายเลข 304 อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี  

ตรวจสอบพบคนขับ ก็คือ นายชวลิต ซึ่งตรงกับผู้ก่อเหตุที่หลบหนีคดียิงมาจากพื้นที่จังหวัดระยอง โดยขณะจับกุมพบพระภิกษุ 1 รูป นั่งมาในรถกับผู้ก่อเหตุด้วย ซักถามทราบว่าไม่ทราบว่า นายชวลิต ไปก่อเหตุยิงใครมา โดยไปรับให้นั่งรถมาด้วยเท่านั้น 

ขณะเข้าจับกุม ผู้ก่อเหตุ มีอาการตกใจ และอ้างว่านำปืนไปโยนทิ้งแล้ว แต่พอตำรวจค้นรถอย่างระเอียด สุดท้ายก็พบปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนปืน 1 นัด ซุกซ่อนภายในรถ

เมื่อคืนประมาณ 23.00 น. ตำรวจเจ้าของคดีไปรับตัว นายชวลิต เดินทางกลับมาดำเนินคดีไปที่ สภ.นิคมพัฒนา โดยมีลูกชายของผู้เสียชีวิต และผู้สื่อข่าว รออยู่ ระหว่างตำรวจคุมตัว นายชวลิต ลงรถมาในสภาพมีเสื้อคลุมศีรษะ ไม่เปิดปากพูดอะไร

เช้านี้ ทีมข่าวยังปักหลักอยู่ที่ สภ.นิคมพัฒนา พบบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าและตึงเครียด มีกลุ่มญาติ และคนใกล้ชิด ทยอยเดินทางเข้าเยี่ยม ผู้ก่อเหตุ รวมถึงเพื่อนสนิทอย่าง นายมนูญ วงษ์ประยูร สจ.ระยอง

​นายมนูญ เปิดใจกับผู้สื่อข่าวหลังจากเข้าเยี่ยมว่า ตนเอง ในฐานะเพื่อนสนิท คอยตักเตือน และให้สติมาตลอด รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปกติแล้ว ผู้ก่อเหตุ เป็นคนดี มีน้ำใจ เป็นคนรักน้องร่วมสายเลือดเดียวกันมาก ไม่เคยคิดว่าเรื่องราวจะบานปลายถึงขั้นเกิดความสูญเสีย

ตนเชื่อว่าในส่วนลึกของหัวใจ ผู้ก่อเหตุเอง ก็คงไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง และเกิดความสูญเสียภายในครอบครัวแบบนี้ อย่างแน่นอน

ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา ยังคงควบคุมตัวไว้ในห้องควบคุมผู้ต้องขัง วันนี้ จะเบิกตัวออกมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการแจ้งข้อหา และส่งฟ้องดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง