ห้องข่าวภาคเที่ยง - คอลัมน์หมายเลข 7 ยังตามต่อ และร่วมผลักดันให้อาคารขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครสวรรค์ แห่งที่ 2 ที่ก่อสร้างเสร็จ แต่ไม่เคยใช้งานตามวัตถุประสงค์แม้แต่วันเดียว ทิ้งร้างมานาน 20 ปี ให้กลับมาใช้งานได้ ล่าสุดรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขานรับการแก้ไขปัญหาสถานีขนส่งร้างให้กลับมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าเงินแผ่นดิน ติดตามจากคุณหนึ่ง อรรถพล ดวงจินดา ในคอลัมน์หมายเลข 7
อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครสวรรค์ แห่งที่ 2 ซึ่งก่อสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2550 แต่เหตุใดกลับไม่ใช้งาน ปล่อยทิ้งร้างทันที ผ่านร้อนผ่านฝน ล่วงเลยมานานเกือบ 20 ปี จนถึงตอนนี้ อาคารสถานีขนส่งก็ไม่ได้ใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่ขอใช้เงินแผ่นดินถึง 42 ล้านบาท งานนี้ เกี่ยวข้องกับหน่วยงานถึง 4 กระทรวง ส่งผลให้ติดปัญหาเรื่องการใช้ที่ดิน หลังจากก่อสร้างอาคารสถานีขนส่งเสร็จ แต่เปิดใช้งานไม่ได้ เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดิน แต่กลับใช้เงินแผ่นดินก่อสร้างได้ นี่คือเรื่องแปลกแต่จริง
อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งนี้ ก่อสร้างในปี 2548 งบประมาณ 42,230,000 บาท แล้วเสร็จวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมาสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เคยลงพื้นที่ตรวจสอบปี 2559 พบว่ายังไม่เปิดให้บริการ เนื่องจากติดปัญหาข้อกฎหมายระหว่างกระทรวง ทำให้ใช้งานได้แค่เก็บเอกสาร วัสดุ และอุปกรณ์
ก่อนหน้านี้ทั้งชาวบ้าน และเครือข่ายภาคประชาชน เคยร้องเรียนหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ใช้งานอาคารหลังนี้ แต่ไม่เป็นผลใด ๆ ปัญหาเกิดจากก่อสร้างอาคารก่อน แล้วมาขออนุญาตใช้ที่ดินพื้นที่ก่อสร้างตอนหลัง "ก่อสร้างก่อน แล้วมาขอใช้ที่ดินทีหลัง"
ปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบ อยู่ระหว่างขอแก้ไขวัตถุประสงค์การใช้สถานีขนส่ง เพื่อลดข้อครหาปล่อยทิ้งร้างให้ไร้ค่า
คอลัมน์หมายเลข 7 ขยายผลเรื่องนี้ร่วมกับ สตง.ภาค 11 โดยก่อนหน้านี้ สตง. ตรวจสอบเรื่องนี้จนได้ข้อสรุป พร้อมให้ข้อเสนอแนะการใช้ประโยชน์สถานีขนส่งหลังนี้ แต่ติดปัญหาข้อกฎหมายระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกัน เพราะทำผิดขั้นตอนมาตั้งแต่แรก
ล่าสุด ขนส่งจังหวัดนครสวรรค์ ยืนยันว่ากรมขนส่งทางบก ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวที่ก่อสร้างเป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเวลา 30 ปี ตั้งแต่ วันที่ 19 กันยายน 2567 - 18 กันยายน 2597
การใช้งานเป็นสถานีขนส่งผู้โดยสาร ปัจจุบัน ไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ขนส่งจังหวัดนครสวรรค์ จึงจะขอเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้อาคารหลังนี้เป็น "ศูนย์การเรียนรู้ ด้านความปลอดภัยทางถนนจังหวัดนครสวรรค์" โดยขอข้อแนะนำจาก สตง. เพื่อให้อาคารร้างได้ใช้งานจริง
ปัจจุบันสถานีขนส่งผู้โดยสารในประเทศไทย มี 123 แห่ง ถ่ายโอน-ส่งมอบ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา จำนวน 99 แห่ง ที่เหลือบริหารงานโดยบริษัทขนส่ง จำกัด หรือ บขส. และให้เอกชนเช่าดำเนินงานแทน รวม 24 แห่ง มีหลายแห่งทิ้งร้างไม่เคยได้ใช้งานเช่นกัน
คอลัมน์หมายเลข 7 จึงขยายผลแนวทางแก้ไขปัญหาจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่าพบปัญหาสถานีขนส่งไม่ได้ใช้งานจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความคล่องตัวในการปรับใช้งานสถานีขนส่งผู้โดยสารในวัตถุประสงค์อื่นได้ แต่หาก อปท.แห่งใดไม่สามารถดูแลสถานีขนส่งได้ต่อไป ก็ส่งทรัพย์สินนี้กลับคืนได้
นายสิริพงศ์ ยังเชื่อว่าโครงการรถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง จะแล้วเสร็จในปี 2572 และปี 2574 แผนงานระบบขนส่งสาธารณะทั่วประเทศจะเชื่อมต่อกัน เพื่อให้บริการประชาชนได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ให้เข้าถึงบริการสาธารณะประโยชน์ แม้จะขาดทุนไม่คุ้มค่า รัฐบาลก็ต้องดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #สถานีขนส่งนครสวรรค์