แม่ตัดสินใจยอมปล่อยมือลูกชายเพื่อเป็นผู้ให้ในวาระสุดท้ายของชีวิต

แม่ตัดสินใจยอมปล่อยมือลูกชายเพื่อเป็นผู้ให้ในวาระสุดท้ายของชีวิต

View icon 166
วันที่ 24 ส.ค. 2569 | 19.33 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เสียสละครั้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ ! “หมู่นิว” ทหารรบพิเศษ วัย 25 ปี ประสบอุบัติเหตุนอนติดเตียง นานร่วมสัปดาห์ สุดท้ายแม่ตัดสินใจปล่อยมือลูกชาย บริจาคดวงตา และอวัยวะสำคัญ เพื่อเป็นผู้ให้ในวาระสุดท้ายของชีวิต

วันนี้ ( 24 ส.ค. 69 ) เฟซบุ๊ก สภากาชาดไทย Thai Red Cross Society โพสต์เรื่องราวน่ากราบหัวใจ ของคนเป็นแม่ที่ชื่อ ภารดี ศรีหาคำ เป็นมารดาของ สิบเอกช่วงวิทย์ ศรีหาคำ (หมู่นิว) ตัดสินใจปล่อยมือจากลูกชาย และได้บริจาค ดวงตาและอวัยวะสำคัญ เพื่อต่อชีวิตให้กับคนอื่น

โดยในโพสต์ระบุว่า “ถ้าเขาต้องนอนติดเตียง แล้ววันหนึ่งแม่ตายไปก่อน ใครจะดูแลเขา” หัวใจคนเป็นแม่ที่ตัดสินใจปล่อยมือลูกชาย เพื่อให้เขาเป็น #ผู้ให้ ในวาระสุดท้ายของชีวิต "หมอบอกให้แม่ทำใจ..."

อุบัติเหตุในวันนั้น ทำให้หมู่นิว (สิบเอกช่วงวิทย์ ศรีหาคำ) ลูกชายของแม่ในวัย 25 ปี นิ่งไปตั้งแต่อยู่ในที่เกิดเหตุ ร่างกายของเขาถูกกระแทกอย่างรุนแรง เขาถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล และต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ตลอดเวลา 1 สัปดาห์เต็ม ที่แม่เฝ้ารอดูอาการ หมอบอกว่าหากตัดสินใจยื้อชีวิตเขาไว้ สิ่งที่แม่ต้องเผชิญคือ ลูกจะกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปตลอดชีวิต

ในหัวใจคนเป็นแม่ แม่รับได้นะถ้าลูกจะติดเตียง แม่พร้อมดูแล แต่พอกลับมาทบทวนดูให้ลึกซึ้ง นิวเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นทหารรบพิเศษ สังกัดกองร้อยลาดตระเวนไกล ถูกฝึกมาให้เข้มแข็งและกำลังเตรียมพร้อมจะไปปฏิบัติหน้าที่ชายแดน ถ้าคนที่เคยใช้ร่างกายแข็งแกร่งขนาดนั้น ต้องมานอนนิ่ง ๆ ตอบสนองอะไรไม่ได้บนเตียงไปตลอดชีวิต เขาจะทนรับสภาพตัวเองได้อย่างไร

และคำถามที่สำคัญที่สุดที่ตีตื้นขึ้นมาในใจคือ "ถ้าวันหนึ่งแม่ตายไปก่อนเขา แล้วใครจะดูแลเขา?"

เมื่อคิดถึงจุดนี้ แม่และคุณยายจึงตัดสินใจร่วมกันว่า เราจะปล่อยเขาไป แม่ตัดสินใจบริจาคอวัยวะทุกส่วนของนิวที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นดวงตา หรืออวัยวะภายในทั้งหมด อะไรที่ใช้ได้ แม่ให้หมด เพื่อต่อชีวิตให้กับคนที่กำลังรอคอยความหวัง

ที่ผ่านมานิวเป็นคนที่มีจิตใจเป็น ‘ผู้ให้’ มาตลอด เขาบริจาคเลือดเป็นประจำ ตอนเด็ก ๆ เขาเป็นเด็กเรียนเก่งจนได้รับทุนการศึกษา แต่เขากลับปฏิเสธและบอกว่า "ให้คนที่เขาลำบากกว่าเราเถอะ เรายังพอช่วยเหลือตัวเองได้" ในฐานะทหาร เขาก็พร้อมจะสละชีพเพื่อชาติอยู่แล้ว การบริจาคอวัยวะในครั้งนี้ จึงเป็นการเสียสละครั้งสุดท้ายที่ตรงกับตัวตนของเขามากที่สุด

ถึงแม้วันนี้แม่จะเป็นฝ่ายสูญเสีย แต่แม่ไม่มีความลังเลหรือกังวลเลย แม่เชื่อมั่นว่าบุญกุศลจากการเป็นผู้ให้ของนิว จะติดตัวเขาไปทุกภพทุกชาติ อย่างน้อยร่างกายของเขาก็ไม่ได้สูญเปล่า การที่เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมา กลับกลายเป็นปาฏิหาริย์ที่ปลุกให้ใครอีกหลายคน ได้ตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตต่อไป